สัดส่วนหนี้เสียในพอร์ตสินเชื่อองค์กรของธนาคารเครดิตมอสโก (Moscow Credit Bank หรือ MKB) พุ่งขึ้นแตะ 27.5% ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวม 6.71 แสนล้านรูเบิล
MKB เปิดเผยตัวเลขนี้ในรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกตามมาตรฐานบัญชีระหว่างประเทศ (IFRS) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม โดยระบุว่ายอดสินเชื่อรวมของธนาคาร ณ สิ้นเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 2.6725 ล้านล้านรูเบิล ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.886 แสนล้านรูเบิล และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (N1.0) อยู่ที่ 11.4%
หนี้เสียในสินเชื่อองค์กรของ MKB เพิ่มขึ้น 20.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 27.9% เมื่อเทียบกับต้นปี ในจำนวนหนี้เสียทั้งหมด สินเชื่อ 'ระดับ 3' ตามเกณฑ์ IFRS ซึ่งมีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงที่สุด มีมูลค่าสูงถึง 6.585 แสนล้านรูเบิล คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของหนี้เสียทั้งหมด ทั้งนี้ สัดส่วนดังกล่าวคำนวณจากพอร์ตสินเชื่อองค์กรก่อนหักเงินสำรอง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของ MKB ไม่สามารถนำไปเทียบตรงกับภาพรวมสินเชื่อองค์กรทั้งระบบธนาคารรัสเซียได้ ธนาคารกลางรัสเซียระบุว่าในไตรมาสแรกของปี 2026 สัดส่วนหนี้เสียในสินเชื่อองค์กรทั้งระบบ ซึ่งนับรวมสินเชื่อที่จัดชั้นด้อยคุณภาพและสินเชื่อที่ปรับโครงสร้างในลักษณะเสี่ยง อยู่ที่ 11.6% ขณะที่หากนับเฉพาะสินเชื่อจัดชั้น 4-5 ซึ่งถือว่าด้อยคุณภาพจริง สัดส่วนอยู่ที่เพียง 3.9%
ธนาคารกลางรัสเซียประเมินว่า แม้ความเปราะบางในตลาดสินเชื่อองค์กรจะเพิ่มขึ้น แต่พอร์ตสินเชื่อของระบบธนาคารโดยรวมยังอยู่ใน 'ระดับที่ยอมรับได้' เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ยังทำกำไรและชำระหนี้ได้ตามปกติ พร้อมระบุว่าปริมาณการปรับโครงสร้างหนี้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ปัจจัยดอกเบี้ยสูงถือเป็นตัวแปรสำคัญในการตีความหนี้เสียของ MKB ในเดือนมิถุนายน อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อระยะสั้นของบริษัทนอกภาคการเงินในรัสเซียอยู่ที่ 17.1% ส่วนสินเชื่อระยะยาวอยู่ที่ 12.9% ขณะที่สินเชื่อระยะสั้นสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอยู่ที่ 18.0%
ต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงอาจเพิ่มภาระการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ แต่ขนาดของหนี้เสียที่จะกลายเป็นการผิดนัดชำระจริง และภาระการตั้งสำรองเพิ่มเติมในอนาคต ยังไม่สามารถประเมินได้จากตัวเลขที่เปิดเผยในขณะนี้
ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (Cost of Risk หรือ CoR) ของ MKB ในครึ่งปีแรกของปี 2026 อยู่ที่ 1.0% โดยธนาคารระบุว่าเงินสำรองที่ตั้งไว้เพียงพอต่อความเสี่ยงด้านเครดิตที่รับมา
อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเป็นตัวชี้วัดว่าเงินทุนของธนาคารรองรับสินทรัพย์เสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด ตัวเลข N1.0 ของ MKB ที่ 11.4% ยังอยู่เหนือเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมายที่ธนาคารระบุไว้ที่ 10%
ทั้งนี้ หนี้เสียไม่ได้หมายความว่าจะสูญเสียเงินต้นทั้งหมดในทันที เพราะสินเชื่อบางส่วนอาจกลับมาเป็นปกติได้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้หรือการยึดหลักประกัน ความเสียหายที่แท้จริงจึงต้องพิจารณาร่วมกับระยะเวลาการค้างชำระและผลของการตั้งสำรอง
ตัวเลขล่าสุดนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าระบบธนาคารรัสเซียทั้งหมดกำลังเผชิญปัญหาหนี้เสีย แต่สะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นในพอร์ตสินเชื่อองค์กรของ MKB โดยเฉพาะ และควรระวังไม่นำตัวเลขของ MKB ไปเปรียบเทียบโดยตรงกับตัวเลขของธนาคารกลางรัสเซีย เนื่องจากทั้งสองใช้เกณฑ์การจัดชั้นและวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน
ยอดสินเชื่อรวมและอัตราส่วนเงินกองทุนของ MKB สะท้อนขนาดกิจการและกันชนด้านเงินทุนของธนาคาร แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่าหนี้เสียในสินเชื่อองค์กรที่เพิ่มขึ้นจะกลายเป็นผลขาดทุนจริงมากน้อยเพียงใด เนื่องจากข้อมูลที่เปิดเผยล่าสุดยังไม่ได้ระบุขนาดของสินเชื่อที่ผิดนัดชำระจริง
จากนี้ไป ประเด็นที่ต้องติดตามคือสินเชื่อที่ปรับโครงสร้างจะกลับมาเป็นปกติได้หรือไม่ และหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อการตั้งสำรองและอัตราส่วนเงินกองทุนของ MKB อย่างไรในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0