รายได้ประจำแบบรายปี (ARR) ในกลุ่ม “AI-first” ของอโดบี(Adobe, ADBE) ทะลุ 500 ล้านดอลลาร์แล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าการขยายตัวของผู้ใช้ฟรีจะนำไปสู่รายได้จากการสมัครสมาชิกแบบเสียเงินได้จริงหรือไม่
อโดบีเปิดเผยในรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ว่าตั้งเป้าหมายรายได้ไตรมาส 3 ไว้ที่ 6,670-6,720 ล้านดอลลาร์ และตั้งเป้ากำไรต่อหุ้น (EPS) แบบ non-GAAP ไว้ที่ 6.05-6.10 ดอลลาร์
“ARR AI-first” เป็นตัวชี้วัดที่แยกคำนวณรายได้ประจำรายปีซึ่งเกิดจากผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ที่มี AI เป็นแกนหลักโดยเฉพาะ ใช้เป็นเกณฑ์แสดงให้เห็นว่าธุรกิจ AI ของอโดบีกำลังก้าวข้ามการเพิ่มขึ้นของการใช้งานฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว ไปสู่รายได้จากการสมัครสมาชิกที่เกิดขึ้นซ้ำหรือไม่
ในไตรมาส 2 “ARR AI-first” ของอโดบีเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทะลุ 500 ล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ ขณะที่ ARR ณ สิ้นไตรมาสของเครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอ Firefly ก็ใกล้แตะ 300 ล้านดอลลาร์เช่นกัน
ตัวเลข ARR ของ Firefly รวมยอดจากแอปพลิเคชัน Firefly แพ็กเกจเครดิต และบริการสำหรับองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน จึงไม่ใช่ตัวเลขรายได้ของผลิตภัณฑ์เดียว แต่เป็นดัชนีรวมรายได้ประจำของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ต้องตีความอย่างระมัดระวัง
ขนาดฐานผู้ใช้ก็ขยายตัวเช่นกัน อโดบีระบุว่าผู้ใช้งานที่ใช้งานจริงรายเดือน (MAU) ของแผน “Creative freemium” ทะลุ 90 ล้านคนในไตรมาส 2
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ใช้ฟรีเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ารายได้จากการสมัครสมาชิกแบบเสียเงินจะเติบโตในอัตราเดียวกัน อโดบีอธิบายว่าการขยายตัวของผู้ใช้ฟรีอาจสร้างแรงกดดันต่อ ARR ในระยะสั้น และขนาดของการแปลงผู้ใช้ฟรีเป็นผู้ใช้แบบเสียเงิน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของ ARR ที่ตามมา ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
ความคิดเห็น: การขยายฐานผู้ใช้ฟรีอาจช่วยให้อโดบีเพิ่มกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในอนาคตได้ แต่หากอัตราการแปลงเป็นผู้ใช้จ่ายเงินตามไม่ทันการเติบโตของผู้ใช้ฟรี แรงส่งของ ARR ในระยะสั้นก็อาจได้รับผลกระทบ
รายได้รวมไตรมาส 2 ของอโดบีอยู่ที่ 6,620 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP อยู่ที่ 5.96 ดอลลาร์
ฟีเจอร์ AI กำลังถูกผนวกเข้ากับผลิตภัณฑ์เดิมอย่าง Photoshop และ Creative Cloud ทีละส่วน ดังนั้นนอกจากอัตราการเติบโตของธุรกิจ AI แล้ว ยังต้องติดตามด้วยว่าฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้จากโมเดลสมัครสมาชิกเดิมได้มากน้อยเพียงใด
การเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการในระยะต่อไป โดยเมื่อวันที่ 3 กันยายน อโดบีประกาศว่าอานิล จักราวาร์ธี (Anil Chakravarthy) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานฝ่าย Customer Experience Orchestration ของอโดบี จะเข้ารับตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ขณะที่ชานตานู นารายัน (Shantanu Narayen) จะย้ายไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman)
อโดบีระบุว่าจักราวาร์ธีจะเป็นผู้นำกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในยุค AI หลังการเปลี่ยนทีมผู้บริหาร ทิศทางการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ AI และแรงเติบโตของธุรกิจสมัครสมาชิกเดิมจะเป็นไปอย่างไร เป็นประเด็นที่ต้องรอยืนยันจากการประกาศผลประกอบการครั้งต่อไป
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อไปคือ อโดบีจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ARR AI-first” ARR ของ Firefly และอัตราการแปลงผู้ใช้ “Creative freemium” เป็นผู้ใช้แบบเสียเงิน ในการประกาศผลประกอบการครั้งต่อไปหรือไม่
ความคิดเห็น 0