Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เบส(Base) ปูทางโครงสร้างการเงินเทรด-ชำระเงินปี 2026 ของโคอินเบส(COIN)

โคอินเบส(Coinbase, COIน) เปิดเผยแผนกลยุทธ์ปี 2026 ที่จะขยายเครือข่ายเลเยอร์ 2 ของตัวเองอย่าง 'เบส(Base)' ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการเทรด การชำระเงิน การโทเคนไนซ์สินทรัพย์ทางการเงิน และเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์เข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่ากิจกรรมทางการเงินทั้งหมดของโคอินเบสจะย้ายมาประมวลผลบนเบสทั้งหมด

หน้าแนะนำอย่างเป็นทางการของเบสระบุว่า 'การเทรด' 'การชำระเงิน' และ 'เอเจนต์' คือแกนหลักของกลยุทธ์ปี 2026 โดยยกตัวอย่างการใช้งานหลัก ได้แก่ การโทเคนไนซ์สินทรัพย์สำคัญอย่างหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ และการบริหารเงินทุนผ่านเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์

ทิศทางนี้สะท้อนว่าเบสกำลังขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์จากช่วงเริ่มต้นที่เน้นทดลองกับโซเชียลและครีเอเตอร์คอยน์ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการเทรดและการชำระเงินเป็นหลัก TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าเบสปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ให้เน้นการเทรด การชำระเงิน สเตเบิลคอยน์ และเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์เป็นศูนย์กลาง

หุ้นโทเคนไนซ์เปิดให้บริการบนเบสไปแล้ว โดยเมื่อวันที่ 1 กันยายน เบสระบุว่าหุ้นโทเคนไนซ์ที่ออกโดยโคอินเบสเริ่มให้บริการแก่ผู้ใช้บางส่วนนอกสหรัฐฯ หุ้นดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นสินทรัพย์ที่นำไปผูกกับบริการทางการเงินอื่นบนเชนได้ ไม่ว่าจะเป็นการเทรด การปล่อยกู้ หรือการใช้เป็นหลักประกัน

เบสอธิบายหุ้นโทเคนไนซ์นี้ว่าเป็น 'หุ้นที่โปรแกรมได้' แนวคิดคือเมื่อหุ้นทำงานบนบล็อกเชนโดยตรง ก็สามารถต่อยอดไปสู่การปล่อยกู้ อนุพันธ์ และการบริหารจัดการผ่านเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ได้กว้างขึ้น ทั้งนี้ผู้ออกหุ้นคือโคอินเบส ไม่ใช่เบส

ในด้านการชำระเงิน สเตเบิลคอยน์คือหัวใจหลัก เบสระบุในกลยุทธ์การชำระเงินว่าค่าธรรมเนียมกลางต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ และเวลาสร้างบล็อกอยู่ที่ประมาณ 1 วินาที พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานอย่างการโอนเงินข้ามพรมแดน การค้าขาย การจ่ายเงินเดือน และการชำระเงินผ่านเอเจนต์ แต่ปริมาณธุรกรรมสเตเบิลคอยน์ที่แสดงไว้ระบุเพียง '0T+' โดยไม่มีตัวเลขสะสมที่ชัดเจน

ยังมีกรณีการเชื่อมต่อกับภาคการเงินสถาบันด้วย โดยเจพีมอร์แกน(J.P. Morgan) เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2025 ว่าเริ่มทดสอบแนวคิด(PoC) โทเคนเงินฝากดอลลาร์สหรัฐชื่อ JPMD บนเครือข่ายเบส โดย JPMD เป็นโทเคนเงินฝากแบบมีสิทธิ์เข้าถึงจำกัด ออกแบบมาให้ลูกค้าสถาบันโอนเงินระหว่างกันบนเบสได้แบบเรียลไทม์เกือบตลอด 24 ชั่วโมง

เจพีมอร์แกนแนะนำ JPMD ว่าเป็นโทเคนเงินฝากสำหรับสถาบันที่นำไปใช้ได้ทั้งการชำระเงิน การวางหลักประกัน และการชำระราคาธุรกรรม อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เป็นเพียงตัวอย่างว่าสถาบันการเงินสามารถใช้งานเบสได้ ไม่ได้หมายความว่าโคอินเบสรวมบริการทางการเงินทั้งหมดของตัวเองไว้บนเบสแล้ว

ขนาดของกิจกรรมบนเชนก็เป็นอีกตัวชี้วัดการเติบโตของระบบนิเวศเบส ตามข้อมูลของดีไฟลามา(DefiLlama) ณ วันที่ 11 กันยายน มูลค่าสินทรัพย์รวมที่ฝากในดีไฟ(TVL) บนเบสอยู่ที่ประมาณ 5,624 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ TVL หมายถึงมูลค่าสินทรัพย์ที่ฝากไว้ในโปรโตคอลดีไฟ และตัวเลขนี้ยากจะเทียบตรงกับตัวเลขที่มีจุดอ้างอิงหรือเกณฑ์การนับต่างกัน

กลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของเบสคือการเชื่อมสินทรัพย์โทเคนไนซ์ ช่องทางการชำระเงิน และการเคลื่อนย้ายเงินทุนของสถาบัน ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมออนเชนเดียวกัน หุ้นโทเคนไนซ์ต่อยอดไปสู่การเทรด การปล่อยกู้ และหลักประกันได้ สเตเบิลคอยน์ใช้เพื่อการชำระเงินและโอนเงิน ส่วนเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ทำหน้าที่เทรดหรือชำระเงินภายในขอบเขตสิทธิ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

ในโครงสร้างนี้ เบสไม่ได้เน้นขยายระบบนิเวศผ่านโทเคนของตัวเองเป็นหลัก แต่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเลเยอร์ 2 บนพื้นฐานอีเธอเรียม(Ethereum, ETH) เข้ากับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของโคอินเบส โดยอีเธอเรียมเป็นเครือข่ายหลักที่เบสอ้างอิง ส่วนเบสทำหน้าที่เป็นชั้นขยายสำหรับประมวลผลธุรกรรมและรองรับแอปพลิเคชันทางการเงิน

น้ำหนักของเบสในประสบการณ์ผู้ใช้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โคอินเบสนำเสนอแอปเบส(Base app) เป็นแอปเดียวที่รวมการเทรด การโอนเงิน การสำรวจสินทรัพย์ และการแชทไว้ด้วยกัน โดยระบุว่าผู้ใช้สามารถใช้แอปเบสได้แม้ไม่มีบัญชีโคอินเบส

กระนั้น โครงสร้างมัลติเชนของโคอินเบสยังคงอยู่ กระเป๋าเงินโคอินเบส(Coinbase Wallet) รองรับการเทรดบนหลายเครือข่าย ทั้งอีเธอเรียม(ETH) โซลานา(SOL) เบส อาร์บิทรัม(ARB) และออปติมิซึม(OP) TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าโคอินเบสขยายแอปเบสให้เป็นช่องทางกระจายการเทรด ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาจุดเชื่อมต่อออนเชนหลายจุดเอาไว้

ในแง่เทคนิค ก็ยังไม่มีเอกสารทางการยืนยันว่าเบสแยกตัวออกจาก 'OP Stack' ของออปติมิซึมโดยสมบูรณ์เพื่อไปใช้สแต็กเทคโนโลยีของตัวเอง เอกสารสาธารณะยังอธิบายเบสว่าเป็นเลเยอร์ 2 บนพื้นฐานอีเธอเรียมที่ใช้ OP Stack อยู่

โดยสรุป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ใกล้เคียงกับกระบวนการที่โคอินเบสขยายเบสให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่เชื่อมการเทรด การชำระเงิน การเงินโทเคนไนซ์ และบริการเอเจนต์เข้าด้วยกัน มากกว่าการยึดเบสไว้เป็นเชนเดียวตายตัว ส่วนสัดส่วนการเทรดจริงบนเบส การขยายฐานลูกค้าสถาบัน และขอบเขตการรองรับมัลติเชนในอนาคต ยังคงเป็นเกณฑ์ที่ต้องติดตามเพื่อประเมินผลลัพธ์ของกลยุทธ์นี้ต่อไป

เบสกำลังขยายขอบเขตการใช้งานในทิศทางที่เชื่อมสินทรัพย์โทเคนไนซ์ การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ โทเคนเงินฝากสำหรับสถาบัน และการเงินของเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ไว้ในเครือข่ายเดียวกัน ส่วนโครงสร้างปัจจุบันที่โคอินเบสสนับสนุนทั้งเบสและเครือข่ายอื่นควบคู่กันจะดำเนินต่อไปนานแค่ไหน ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1