รัฐมนตรีคลังอินเดียเรียกร้องให้ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เร่งขยายการใช้ ‘รูปีดิจิทัล’ หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ทั้งในภาคค้าปลีกและค้าส่ง โดย RBI ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการใช้งานทั่วประเทศหรือแนวนโยบายที่เป็นรูปธรรม
นีร์มาลา สีตารามัน (Nirmala Sitharaman) รัฐมนตรีคลังอินเดีย กล่าวในงาน Global Fintech Fest 2026 ที่เมืองมุมไบเมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ว่า RBI ควรเพิ่มความเร็วและขยายขอบเขตการนำร่องรูปีดิจิทัลให้กว้างขึ้น ตามรายงานของ Crypto Briefing ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยคำกล่าวฉบับเต็มหรือรายงานการประชุมอย่างเป็นทางการ
ประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ว่ารูปีดิจิทัลจะแข่งกับระบบชำระเงินเดิมในตลาดผู้บริโภคได้หรือไม่ แต่ยังรวมถึงว่ารูปีดิจิทัลแบบค้าส่งจะนำมาใช้กับโครงสร้างที่โอนสินทรัพย์และเงินชำระพร้อมกัน (Delivery versus Payment) ในการซื้อขายพันธบัตรและสินทรัพย์ทางการเงินที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคนได้มากน้อยเพียงใด
รัฐบาลอินเดียชูวาระหลักของงาน Global Fintech Fest 2026 ไว้ 3 เรื่อง ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์เชิงเอเจนต์ (Agentic AI) การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) และเทคโนโลยีควอนตัม โดยระบุว่าการแปลงเป็นโทเคนช่วยให้เกิดการถือครองสินทรัพย์แบบแบ่งส่วน การชำระเงินแบบทันที และสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้งานร่วมกันได้ระหว่างระบบ
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงคือโครงการนำร่องพันธบัตรบริษัทที่แปลงเป็นโทเคนของ REC ซึ่งเป็นบริษัทการเงินโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ โดย REC ปิดการนำร่องพันธบัตรบริษัทแบบโทเคนครั้งแรกของอินเดียไปเมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าการออก 5 พันล้านรูปี แบ่งเป็นการออกพื้นฐาน 1 พันล้านรูปี และสิทธิเสนอขายเพิ่ม (Greenshoe) อีก 4 พันล้านรูปี
REC ระบุว่าการชำระเงิน การจัดสรร และการนำพันธบัตรเข้าจดทะเบียนเสร็จสิ้นภายในวันเดียวกัน โดยพันธบัตรที่แปลงเป็นโทเคนนี้เข้าจดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดีย (NSE) และตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ (BSE)
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงการทดลองในตลาดการเงินที่เชื่อมพันธบัตรแปลงโทเคนเข้ากับการชำระเงินด้วยรูปีดิจิทัลแบบค้าส่งของอินเดียที่มีแผนออกพันธบัตรแบบโทเคนในเดือนกันยายน ความแตกต่างของข่าวนี้คือแผนดังกล่าวได้กลายเป็นการออกจริงในรูปแบบนำร่องแล้ว
RBI แบ่งการนำร่องรูปีดิจิทัลออกเป็น 2 ส่วน คือ CBDC-R สำหรับค้าปลีก และ CBDC-W สำหรับค้าส่ง โดยการนำร่องค้าปลีกเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2022 และปัจจุบันยังอยู่ในขั้นทดสอบแบบจำกัดวงและควบคุมอยู่
ส่วนรูปีดิจิทัลแบบค้าส่งถูกนำไปใช้กับการซื้อขายในตลาดรองของพันธบัตรรัฐบาลและการชำระเงินระหว่างธนาคาร นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาใช้งานด้านการตั้งโปรแกรมเงื่อนไข การชำระเงินแบบออฟไลน์ การจ่ายสวัสดิการ และการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย
รูปีดิจิทัลเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีสถานะตามกฎหมายซึ่งออกโดย RBI ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ออกบนเครือข่ายเอกชนแบบคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไป แต่มีมูลค่าเทียบเท่าธนบัตรรูปีจริง และสามารถใช้งานผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ธนาคารและสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารเป็นผู้ให้บริการ
ความท้าทายของภาคค้าปลีกคือการสร้างความแตกต่างจากระบบชำระเงินที่มีอยู่แล้ว เพราะช่องทางชำระเงินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอินเดียตอนนี้ไม่ใช่ CBDC แต่เป็นระบบอินเตอร์เฟซการชำระเงินรวม (UPI)
ข้อมูลจากบริษัทกลไกการชำระเงินแห่งชาติอินเดีย (NPCI) ระบุว่าปริมาณธุรกรรม UPI ในเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ 24,508.96 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 298,235.95 crore รูปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่ารูปีดิจิทัลภาคค้าปลีกต้องหาจุดใช้งานที่แตกต่างจากระบบชำระเงินเดิมให้ได้ แต่ยังไม่อาจสรุปได้ว่า UPI กับ CBDC จะแข่งขันกันโดยตรง
RBI ยังขยายการทดลองรูปีดิจิทัลไปสู่การจ่ายสวัสดิการและการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย ดังที่ TokenPost เคยรายงานว่าการนำร่องรูปีดิจิทัลของอินเดียถูกมองเป็นสนามทดสอบที่เชื่อมการเบิกจ่ายงบสวัสดิการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน สะท้อนว่าการใช้งาน CBDC ภาคค้าปลีกกำลังขยายจากการชำระเงินทั่วไปไปสู่การจ่ายเงินที่มีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
เอกสารทางการยืนยันว่างาน Global Fintech Fest 2026 นำการแปลงเป็นโทเคนและโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลมาเป็นวาระหลักจริง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าสถาบันการเงินหรือวงการคริปโทมีท่าทีเห็นด้วยหรือคัดค้านคำเรียกร้องของสีตารามันอย่างไรบ้าง
การนำร่องของ REC ชี้ทิศทางว่าสินทรัพย์แปลงโทเคนกับรูปีดิจิทัลสามารถทำงานร่วมกันได้ แต่กรณีการออกเพียงครั้งเดียวยังไม่พอจะสรุปว่าตลาดพันธบัตรอินเดียทั้งระบบจะเปลี่ยนไปใช้บัญชีแยกประเภทกระจายศูนย์ หรือ CBDC จะกลายเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ RBI จะกำหนดขอบเขตและกำหนดการใช้งานจริงของการนำร่องค้าปลีกและค้าส่งอย่างไร หลังจากที่สีตารามันเรียกร้องให้ขยายการใช้งาน ขณะที่เอกสารทางการของ RBI ในปัจจุบันยังอธิบายรูปีดิจิทัลว่าเป็นเพียงโครงการนำร่องที่มีขอบเขตจำกัดอยู่
ความคิดเห็น 0