อามุนดี (Amundi SA) บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป กำลังทยอยเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี เพื่อรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
อามุนดีซึ่งบริหารสินทรัพย์รวมราว 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบโลกที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกที่อ่อนตัวลง
นิโคลัส ดาฮาน(Nicolas Dahan) ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสฝ่ายตราสารหนี้และปริวรรตเงินตราโลกของอามุนดี กล่าวว่า 'เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง แต่ราคาพลังงานที่สูงและต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วอาจสร้างแรงกดดันต่อการเติบโต' คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg)
นักลงทุนบางส่วนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจ 'ตามหลังสถานการณ์' ในการรับมือเงินเฟ้ออีกครั้ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสามารถกระตุ้นเงินเฟ้อผ่านต้นทุนพลังงานได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน ซึ่งอาจนำไปสู่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจได้เช่นกัน
จากคำอธิบายของดาฮาน การเข้าซื้อพันธบัตรครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างชัดเจน แต่เป็นการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรับมือความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่สูงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ อามุนดีเคยระบุว่าให้น้ำหนักกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปีเป็นพิเศษ และล่าสุดได้หันมาเพิ่มการซื้อพันธบัตรอายุ 2 ปี เพื่อรับมือกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะชะลอตัว
ความคิดเห็น 0