ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจส่งผลกระทบต่องานของแรงงานในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 31 ประเทศมากกว่า 27% โดยพบว่าแรงงานกว่า 120 ล้านคนในกลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบจาก AI ในระดับสูง
บลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ (Bloomberg Economics) ระบุผลวิเคราะห์ดังกล่าวไว้ในรายงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน (เวลาท้องถิ่น) โดยรายงานยังระบุด้วยว่า อัตราการเผชิญความเสี่ยงจาก AI ของแรงงานในประเทศตลาดเกิดใหม่อยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 10% เท่านั้น
การวิเคราะห์ครั้งนี้ไม่ได้วัดว่า AI จะทำให้อาชีพใดหายไปทั้งหมด แต่วัด ‘ระดับการเผชิญความเสี่ยง’ ในระดับงานย่อยแต่ละชิ้น หากการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ช่วยลดเวลาทำงานย่อยชิ้นหนึ่งลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง งานย่อยชิ้นนั้นจะถูกจัดว่าเป็นงานที่เผชิญความเสี่ยงจาก AI
ส่วนอาชีพใดอาชีพหนึ่งจะถูกจัดเป็น ‘อาชีพที่เผชิญความเสี่ยงจาก AI’ ก็ต่อเมื่องานย่อยที่ประกอบกันเป็นอาชีพนั้นมากกว่าครึ่งหนึ่งเข้าข่ายเผชิญความเสี่ยง ดังนั้นตัวเลขนี้จึงไม่ได้หมายความว่าจะมีการเลิกจ้างหรือว่างงานตามมาโดยตรง
การวิเคราะห์นี้อ้างอิงคะแนนความเสี่ยงจาก AI ของงานย่อยกว่า 19,000 รายการ ที่จัดทำโดยทีมวิจัยของโอเพนเอไอ (OpenAI) ผนวกกับข้อมูลการจ้างงานจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยนำคะแนนของแต่ละงานย่อยมาผสานกับโครงสร้างการจ้างงานของแต่ละประเทศ เพื่อคำนวณระดับความเสี่ยงของแต่ละกลุ่มอาชีพ
อาชีพที่เน้นงานด้านความคิดและความรู้ เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักแปล และนักคณิตศาสตร์ประกันภัย มีระดับความเสี่ยงสูง ขณะที่อาชีพที่เน้นแรงงานกายภาพซ้ำๆ เช่น พนักงานทำความสะอาด พนักงานร้านขายเนื้อ และช่างไม้ มีระดับความเสี่ยงต่ำกว่า
เมื่อดูเป็นรายประเทศ สิงคโปร์มีระดับความเสี่ยงจาก AI ต่อการจ้างงานสูงที่สุดที่ประมาณ 40% ตามด้วยสวีเดนและสหราชอาณาจักรที่ประมาณ 30% ส่วนสหรัฐฯ อยู่ที่ 26%
จีน แคนาดา และเกาหลีใต้ ไม่มีตัวเลขระดับประเทศให้อ้างอิง เนื่องจากไม่มีข้อมูลจาก ILO ที่เกี่ยวข้องรวมอยู่ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ ทำให้ยากที่จะประเมินผลกระทบต่อตลาดแรงงานเกาหลีใต้เป็นตัวเลขจากผลวิเคราะห์ชุดนี้เพียงอย่างเดียว
บลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ระบุว่ายังไม่มีข้อสรุปว่า AI จะถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน หรือใช้เพื่อทดแทนตำแหน่งงานด้วยระบบอัตโนมัติ และย้ำว่าความเร็วในการนำ AI มาใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับต้นทุน นโยบายตลาดแรงงาน และกฎระเบียบของแต่ละประเทศด้วย
ตัวเลขประเมินจากสถาบันอื่นก็สะท้อนว่า ผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงานไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขเดียวได้ โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs, GS) เคยประเมินไว้ในปี 2023 ว่า AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) อาจทำให้งานที่เทียบเท่ากับตำแหน่งงานประจำทั่วโลกราว 300 ล้านตำแหน่งเผชิญความเสี่ยงจากระบบอัตโนมัติ โดยรายงานของโกลด์แมน แซคส์อธิบายว่าตัวเลขนี้หมายถึงความเป็นไปได้ที่งานบางส่วนจะถูกทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ ไม่ใช่การหายไปของตำแหน่งงานทั้งหมด
โกลด์แมน แซคส์ ระบุในผลวิเคราะห์เมื่อวันที่ 3 กันยายน (เวลาท้องถิ่น) ว่า พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับการเผชิญความเสี่ยงจาก AI ที่เพิ่มขึ้นทุก 10% กับอัตราการเติบโตของการจ้างงานรายปีในฝรั่งเศส แคนาดา และสหรัฐฯ ที่ลดลง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ พร้อมระบุว่าแม้อุตสาหกรรมที่เผชิญความเสี่ยงจาก AI สูงจะมีการชะลอการจ้างงาน แต่ยังยากที่จะสรุปว่าส่งผลให้การจ้างงานในภาพรวมของเศรษฐกิจลดลงตามไปด้วย
บริดจ์วอเตอร์ (Bridgewater) ประเมินว่าตำแหน่งงานในสหรัฐฯ สูงสุดถึง 18% อาจถูกแทนที่ด้วย AI ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยเอกสารของบริดจ์วอเตอร์ระบุว่าตัวเลขนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ AI จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ระดับ ‘การเผชิญความเสี่ยงจาก AI’ หมายถึงระดับที่งานของอาชีพหนึ่งๆ อาจถูก AI ทำแทน หรือช่วยลดเวลาทำงานลงได้ ส่วนอาชีพเดียวกันจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติจริงหรือไม่นั้น ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนการนำ AI มาใช้ของแต่ละบริษัท การออกแบบขั้นตอนทำงานใหม่ และนโยบายตลาดแรงงานด้วย
ตัวเลขจากการวิเคราะห์ครั้งนี้สะท้อนว่า ผลกระทบของ AI จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างอุตสาหกรรมและองค์ประกอบของงานในแต่ละประเทศ ส่วนอัตราการเผชิญความเสี่ยงเฉลี่ยของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ก็เป็นผลจากโครงสร้างการจ้างงานที่แตกต่างกันเช่นกัน
ทั้งนี้ ข้อความที่ระบุว่า ‘ตำแหน่งงานทั่วโลกกว่า 380 ล้านตำแหน่งกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง’ ไม่ปรากฏอยู่ในรายงานต้นฉบับของบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ตัวเลขที่รายงานต้นฉบับระบุไว้คือแรงงานกว่า 120 ล้านคนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 31 ประเทศ และไม่มีการระบุตัวเลขแยกสำหรับการจ้างงานในเกาหลีใต้แต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0