ซีแอตเทิลผ่านข้อบัญญัติห้ามร้านขายของชำกำหนดราคาสินค้าแตกต่างกันตามข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2027 และไม่ได้ยกเลิกคูปองหรือส่วนลดสมาชิกทั้งหมด หรือกำหนดให้ร้านใช้ราคาเดียวกับสินค้าทุกชิ้น
สภาเมืองซีแอตเทิลลงมติเห็นชอบข้อบัญญัติ “ราคาที่เป็นธรรมและความโปร่งใส” (Council Bill 121267) ด้วยคะแนนเห็นชอบ 7 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 เสียง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 เคที วิลสัน นายกเทศมนตรี ลงนามเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม บันทึกของสภาเมืองระบุว่าข้อบัญญัตินี้ห้ามการเลือกปฏิบัติด้านราคาที่ใช้อัลกอริทึม และกำหนดให้ร้านค้าที่อยู่ในข่ายต้องแจ้งข้อมูลแก่ผู้บริโภคและเก็บรักษาบันทึก
ข้อบัญญัติจำกัดการติดตามหรือวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พฤติกรรม ตำแหน่ง ข้อมูลประชากร และข้อมูลชีวมิติ เพื่อนำไปกำหนดหรือเปลี่ยนราคาสินค้า รวมถึงห้ามเสนอราคาสินค้าชนิดเดียวกันแตกต่างกันตามลูกค้า ข้อกำหนดนี้ครอบคลุมร้านขายของชำขนาดใหญ่และบริการจัดส่งของชำ
ร้านค้ายังเสนอราคาทั่วไปแก่ลูกค้าทุกคนได้ รวมถึงส่วนลดสำหรับกลุ่ม เช่น ครู ผู้สูงอายุ และนักเรียน หากใช้เกณฑ์ที่เปิดเผย ส่วนลดสมาชิกก็ยังทำได้เมื่อให้เงื่อนไขเดียวกันแก่สมาชิกทุกคน หรือแบ่งสมาชิกเป็นกลุ่มโดยอาศัยประวัติการซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่ครอบคลุมการนำประวัติการซื้อไปรวมกับข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเพื่อกำหนดราคาเฉพาะราย
สมาคมค้าปลีกแห่งรัฐวอชิงตันเห็นด้วยกับเป้าหมายการป้องกันการขึ้นราคาโดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคล แต่แสดงความกังวลว่าโปรแกรมคูปองและส่วนลดที่อิงประวัติการซื้ออาจได้รับผลกระทบ
มาริตซา ริเวรา สมาชิกสภาเมืองกล่าวในการแถลงของสภาว่า โปรแกรมสะสมคะแนนอาจหายไปและราคาอาหารอาจสูงขึ้น ขณะที่ UFCW 3000 ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนข้อบัญญัติ ระบุว่าโปรโมชันที่เปิดเผยต่อสาธารณะ รางวัลสมาชิกภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน และส่วนลดแบบกลุ่มยังคงทำได้ การลดส่วนลดหรือการขึ้นราคาจะต้องรอพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริงหลังข้อบัญญัติมีผล
มาร์ก ฮาร์มส์เวิร์ธเขียนบทความให้มูลนิธิเพื่อการศึกษาด้านเศรษฐกิจ (FEE) โดยให้ความเห็นว่าส่วนลดเฉพาะบุคคลและโปรแกรมสะสมคะแนนอาจลดลง และอาจนำไปสู่การขึ้นราคาหรือการปิดร้าน ข้อความในข้อบัญญัติจำกัดการตั้งราคาต่างกันรายบุคคลโดยอาศัยข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยังอนุญาตคูปอง ส่วนลดกลุ่ม และส่วนลดสมาชิกบางรูปแบบ โดยข้อบัญญัติมีกำหนดมีผลวันที่ 1 กันยายน 2027
ความคิดเห็น 0