ผลิตภาพแรงงานภาคเอกชนนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.2% ในปี 2025 แต่สถิติทางการยังไม่สามารถแยกได้ว่า AI มีส่วนต่อการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเท่าใด
ข้อมูลที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพแรงงานลดจาก 3.0% ในปี 2024 เหลือ 2.2% ในปี 2025 ส่วนผลิตภาพปัจจัยการผลิตโดยรวม (TFP) เพิ่มขึ้น 0.8% ในปี 2025 ผลิตภาพแรงงานวัดผลผลิตต่อชั่วโมงทำงาน ขณะที่ TFP สะท้อนทั้งแรงงานและเงินทุนที่ใช้ในการผลิต
สตีเฟน เมสเซอร์(Stephen Messer) เขียนในคอลัมน์ของ Fortune เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมว่า ควรแยกการใช้ AI ในบริษัทออกจากการเปลี่ยนแปลงผลิตภาพของเศรษฐกิจโดยรวม เขาระบุว่า ตัวชี้วัดผลิตภาพอาจเปลี่ยนไปเมื่อบริษัทต่าง ๆ ขยับจากการใช้ AI จัดการงานค้างและลดต้นทุน ไปสู่การลงทุนสร้างผลิตภัณฑ์และตลาดใหม่ ช่วงเวลาที่จะเกิดการเปลี่ยนผ่านตามที่เมสเซอร์เสนอเป็นการวิเคราะห์ของผู้เขียนคอลัมน์ ไม่ใช่สถิติที่ยืนยันแล้ว
งานศึกษาด้านการผลิตของสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ผลลัพธ์อาจลดลงหลังเริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐฯ ในปี 2017 และ 2021 และเสนอหลักฐานเชิงสาเหตุของ 'เส้นโค้ง J ของผลิตภาพ' ซึ่งผลิตภาพและความสามารถในการทำกำไรลดลงในระยะสั้นหลังนำ AI อุตสาหกรรมมาใช้ ก่อนจะปรับดีขึ้น พวกเขาระบุว่าในช่วงเริ่มต้นมีสินค้าระหว่างผลิตและการลงทุนในหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น พร้อมกับการลดจำนวนพนักงาน
แนวคิดเรื่องเส้นโค้ง J ของผลิตภาพอธิบายว่า การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้มีต้นทุนจากการปรับขั้นตอนทำงานและโครงสร้างองค์กรก่อน ขณะที่ผลประโยชน์อาจปรากฏในตัวชี้วัดภายหลัง อย่างไรก็ตาม งานศึกษาของสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ มุ่งศึกษาการใช้ AI อุตสาหกรรมในภาคการผลิต จึงไม่ควรนำผลไปตีความครอบคลุมการใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ในช่วงหลังหรือผลลัพธ์ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด
งานวิจัยของเอริก บรินยอล์ฟสัน(Erik Brynjolfsson), แดเนียล ร็อก(Daniel Rock) และแชด ซีเวอร์สัน(Chad Syverson) ประเมินว่า หากนับรวมการลงทุนในสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ ระดับ TFP ของสหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2017 จะสูงกว่าตัวเลขทางการ 15.9% ตัวเลขประมาณการนี้ไม่ได้หมายความว่า AI ทำให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้น 15.9% ในปัจจุบัน
สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) ระบุในบทสรุปงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ว่า กลุ่มรัฐและอุตสาหกรรมที่มีการใช้ AI สูงมีแนวโน้มผลผลิตจริงที่แข็งแกร่งกว่านับตั้งแต่ปี 2020 อย่างไรก็ตาม หน่วยงานระบุว่าเป็นเรื่องยากที่จะระบุผลเชิงสาเหตุของ AI โดยเฉพาะ
สถิติและงานวิจัยเหล่านี้ชี้ว่า ไม่ควรใช้ตัวเลขการนำ AI มาใช้แทนตัวเลขผลลัพธ์ด้านผลิตภาพ การประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันเกิดขึ้นกับบริษัทในประเทศหรือไม่ จำเป็นต้องมีข้อมูลการผลิตภายในประเทศ ข้อมูลจากสหรัฐฯ เหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้คำนวณส่วน贡献ของ AI ต่อผลิตภาพในเศรษฐกิจไทยได้
ความคิดเห็น 0