ณ วันที่ 19 ตุลาคม สหรัฐฯ นำเข้าเนื้อวัวภายใต้โควตาภาษีต่ำเพิ่มเติม 300,000 ตันแล้ว 59,423 ตัน หรือราว 20% ของโควตา ราคาเฉลี่ยเนื้อวัวบดในสหรัฐฯ เดือนกันยายนลดลงจากเดือนก่อน แต่ยังสูงกว่าระดับเมื่อปีก่อน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกประกาศเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เพิ่มโควตาภาษีต่ำสำหรับผลพลอยได้จากเนื้อวัวไขมันต่ำอีก 300,000 ตัน ทำเนียบขาวระบุว่าการเพิ่มอุปทานจะช่วยลดราคาเนื้อวัวบด ข้อมูลปริมาณนำเข้ารวบรวมจากสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ซึ่ง Fortune นำเสนอ
โควตาเพิ่มเติมแบ่งเปิดใช้ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน เดือนละ 100,000 ตัน รวมสามรอบ ตัวเลข 300,000 ตันเป็นเพดานปริมาณที่ได้รับอัตราภาษีต่ำ ไม่ใช่ปริมาณนำเข้าที่กำหนดแน่นอน ยอดนำเข้าถึงวันที่ 19 ตุลาคมยังรวมโควตารอบเดือนพฤศจิกายนที่ยังไม่เปิดใช้ด้วย
ข้อมูลราคาเดือนกันยายนที่สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ เผยแพร่ระบุว่า เนื้อวัวบดทั่วไปมีราคาเฉลี่ย 6.792 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ลดลง 1.9% จาก 6.923 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม แต่สูงกว่า 6.323 ดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2025 อยู่ 7.4% ดังนั้นราคาเดือนต่อเดือนปรับลดลง แต่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนยังเพิ่มขึ้น
สหพันธ์สำนักฟาร์มอเมริกันสำรวจราคาเนื้อวัวบดที่มีเนื้อไม่ติดมัน 80% จากร้านขายของชำ 41 แห่งใน 22 รัฐ ราคาเฉลี่ยของร้านตัวอย่างลดลงราว 2% จาก 7.29 ดอลลาร์ต่อปอนด์เมื่อวันที่ 2 กันยายน เหลือ 7.13 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 23 กันยายน อย่างไรก็ตาม ร้าน 30 แห่งจากทั้งหมด 41 แห่งไม่ได้เปลี่ยนราคา การสำรวจนี้ติดตามร้านเฉพาะกลุ่ม จึงมีขอบเขตการเก็บข้อมูลต่างจากค่าเฉลี่ยทั่วประเทศของสำนักงานสถิติแรงงาน
ผลพลอยได้จากเนื้อวัวไขมันต่ำที่เป็นเป้าหมายของมาตรการนี้แตกต่างจากสินค้าที่วางขายโดยตรงในร้านค้าปลีกทั่วไป เดอร์เรล พีล (Derrell Peel) ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจการเกษตรผู้เชี่ยวชาญด้านปศุสัตว์จากมหาวิทยาลัยรัฐโอคลาโฮมา อธิบายในการให้สัมภาษณ์กับ Fortune ว่า ผลพลอยได้ที่นำเข้าจะถูกผสมกับส่วนไขมันจากวัวที่เลี้ยงในสหรัฐฯ และส่วนใหญ่นำไปใช้ในอาหารฟาสต์ฟู้ด เขากล่าวว่า “มีสมมติฐานง่าย ๆ ว่าแค่เพิ่มปริมาณเนื้อวัวก็จะทำให้ราคาลดลง แต่ธุรกิจเนื้อวัวซับซ้อนกว่านั้นมาก” คำอธิบายนี้ชี้ว่าต้องพิจารณาว่าส่วนเนื้อที่นำเข้าใช้ทำอะไรและผ่านช่องทางจำหน่ายแบบใด ก่อนประเมินผลต่อราคาขายปลีก
นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักกับปัจจัยที่กำหนดราคาแตกต่างกัน กลินน์ ทอนเซอร์ (Glynn Tonsor) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตรจากมหาวิทยาลัยรัฐแคนซัส เน้นย้ำถึงความต้องการเนื้อวัวที่ยังคงอยู่แม้ราคาสูง ขณะที่สหพันธ์สำนักฟาร์มอเมริกันระบุว่าการลดลงของจำนวนโคที่เลี้ยงและต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานเป็นปัจจัยสำคัญ
สหพันธ์สำนักฟาร์มอเมริกันเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการ โดยเตือนว่าการเพิ่มการนำเข้าอาจกดดันราคาที่เกษตรกรผู้เลี้ยงได้รับ โดยไม่ได้ให้ประโยชน์ที่ชัดเจนแก่ผู้บริโภค ข้อมูลปริมาณนำเข้าและราคาขายปลีกที่เปิดเผยในขณะนี้ยังไม่เพียงพอให้แยกคำนวณได้ว่าการลดภาษีส่งผลต่อราคาเพียงใดเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น
ก่อนหน้านี้มีการรายงานบทวิเคราะห์ว่าการขยายการนำเข้าเนื้อวัวภายใต้โควตาภาษีต่ำอาจส่งผลต่อราคาแฮมเบอร์เกอร์อย่างจำกัด เนื้อหาที่ตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งนี้คือปริมาณนำเข้าถึงวันที่ 19 ตุลาคมและข้อมูลราคาหลังเริ่มใช้มาตรการ ตามประกาศ โควตารอบสุดท้าย 100,000 ตันจะเปิดในวันที่ 31 ตุลาคม และโควตาเพิ่มเติมจะมีผลถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน
ความคิดเห็น 0