การคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วง 1 ปีข้างหน้าของผู้บริโภคสหรัฐฯ อยู่ที่ 4.3% ในผลสำรวจเบื้องต้นเดือนพฤศจิกายน ลดลง 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนตุลาคมซึ่งอยู่ที่ 4.7%
มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีที่ 4.3% เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่า 3.4% ซึ่งเป็นระดับที่บันทึกไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และสูงกว่าตัวเลขรายเดือนทุกค่าของปี 2024 ในเดือนสิงหาคม การคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีอยู่ที่ 4.3% เช่นกัน
ตัวเลข 4.7% ในเดือนตุลาคมเป็นค่าจากการสำรวจก่อนหน้า ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์ของตลาดสำหรับเดือนพฤศจิกายน ข้อมูลจาก ปฏิทินเศรษฐกิจไม่ได้ระบุประมาณการสำหรับตัวเลขเดือนพฤศจิกายน และแสดง 4.7% เป็นค่าก่อนหน้า
การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาว 5–10 ปีลดลงจาก 3.5% ในเดือนตุลาคมเป็น 3.4% แต่ยังสูงกว่าช่วง 2.8–3.2% ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุไว้สำหรับปี 2024
การคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีสะท้อนมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงราคาใน 12 เดือนข้างหน้า ส่วนการคาดการณ์ระยะยาวครอบคลุมช่วง 5–10 ปี แม้ทั้งสองตัวเลขปรับลดลง แต่สะท้อนคำตอบจากช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
ผลสำรวจเบื้องต้นเดือนพฤศจิกายนยังพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มจาก 48.0 ในเดือนตุลาคมเป็น 51.0 ดัชนีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันเพิ่มจาก 46.7 เป็น 51.0 ส่วนดัชนีคาดการณ์ของผู้บริโภคเพิ่มจาก 48.8 เป็น 50.9
ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่า ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนกันยายนพบดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ 48.1 และการคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีที่ 4.6% ในเดือนพฤศจิกายน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกับการคาดการณ์เงินเฟ้อเคลื่อนไหวคนละทิศทาง เมื่อนำ ผลสำรวจเดือนกันยายนมาเทียบกับผลเบื้องต้นครั้งนี้ จึงควรพิจารณาตัวชี้วัดทั้งสองแยกจากกัน
การคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปีของมหาวิทยาลัยมิชิแกนคือค่ามัธยฐานของการเปลี่ยนแปลงราคาที่ผู้บริโภคคาดไว้ใน 12 เดือนข้างหน้า ตาม คำอธิบายตัวชี้วัดของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเซนต์หลุยส์ (Federal Reserve Bank of St. Louis) การสำรวจนี้วัดคนละเรื่องกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งรวบรวมการเปลี่ยนแปลงราคาที่เกิดขึ้นแล้ว
ดังนั้น ตัวเลข 4.3% จึงไม่ใช่อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันของสหรัฐฯ หรือค่าที่รับรองว่าเงินเฟ้อในอนาคตจะเป็นเท่าใด แต่เป็นผลสำรวจที่แสดงว่าผู้บริโภคคาดว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
มหาวิทยาลัยมิชิแกนตั้งเป้ารวบรวมคำตอบประมาณ 420 รายการในการสำรวจเบื้องต้น แต่จำนวนผู้ตอบจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามกำหนดการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนผู้ตอบที่แน่นอนของการสำรวจเบื้องต้นเดือนพฤศจิกายน
ผลเบื้องต้นสะท้อนการสัมภาษณ์ที่ดำเนินถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน การสำรวจฉบับสมบูรณ์จะรวมคำตอบที่ได้รับหลังจากนั้น จึงอาจทำให้ตัวเลขเปลี่ยนจากค่าประมาณเบื้องต้น
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ของคณะกรรมการตลาดกลางสหรัฐฯ (FOMC) เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมว่า จะคงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยกองทุนรัฐบาลกลางไว้ที่ 3.75–4.00% ต่อปี พร้อมประเมินว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
ในการลงมติ ลิซา คุก (Lisa D. Cook) และเบธ แฮมแมค (Beth M. Hammack) สนับสนุนให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในการสำรวจครั้งนี้กับการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นข้อมูลจากการประกาศคนละรายการ
สุนทรพจน์ของกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ อธิบายว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นมีความสำคัญต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจของผู้บริโภค เช่น การซื้อสินค้าหลัก และของธุรกิจ เช่น การจ้างงานกับการลงทุน สุนทรพจน์ดังกล่าวกล่าวถึงผลที่การคาดการณ์เงินเฟ้ออาจมีต่อการตัดสินใจหลายด้าน
มหาวิทยาลัยมิชิแกนมีกำหนดเผยผลสำรวจฉบับสมบูรณ์เดือนพฤศจิกายนในวันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย
Comment 0