ประธานาธิบดีทรัมป์จุดประเด็นขัดแย้งขึ้นอีกครั้ง หลังออกมาโจมตีเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) พร้อมสั่งดำเนินการสอบสวนทางอาญาอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเป็นอิสระของนโยบายการเงินที่อาจถูกรื้อฟื้นกลับมาสั่นคลอนอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) นิวยอร์กไทมส์รายงานว่าอัยการกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้เริ่มการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่โครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟดว่าอาจมีการรายงานขนาดโครงการให้รัฐสภาคลาดเคลื่อน ประธานเฟดยืนยันว่า “เฟดกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน ไม่ใช่ตามคำสั่งของประธานาธิบดี” พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง
‘ความคิดเห็น’: กรณีนี้ตอกย้ำความตึงเครียดระหว่างทำเนียบขาวกับเฟดที่มีมายาวนาน ฝ่ายหนึ่งต้องการเร่งลดดอกเบี้ยเพื่อเร่งเศรษฐกิจ แต่อีกฝ่ายเดินหน้าตามข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริง
ทรัมป์เคยแสดงท่าทีต่อต้านเฟดอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่เฟดไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่เขาเรียกร้อง เขายังเคยปลดลิซา คุก จากตำแหน่งผู้ว่าการเฟด จากข้อกล่าวหาเรื่องฉ้อโกงสินเชื่อบ้าน ถึงแม้คำสั่งนั้นจะถูกศาลสูงสหรัฐสั่งระงับในภายหลังก็ตาม
พาวเวลระบุเพิ่มเติมว่า “นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องการก่อสร้างอาคาร แต่คือการชี้วัดว่าเฟดจะยึดข้อมูลเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจ หรือจะยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมือง” โดยตำแหน่งประธานเฟดของเขาจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคมนี้ และมีรายงานว่าทรัมป์เริ่มพิจารณาบุคคลที่ภักดีมาแทน โดยหนึ่งในคนที่ถูกจับตามากที่สุดคือเควิน แฮสเสตต์ อดีตประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว แฮสเสตต์เคยประกาศชัดว่าเขาจะไม่ให้น้ำหนักต่อความเห็นของทรัมป์ในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย
ความเป็นอิสระของเฟดกลายเป็นประเด็นสำคัญต่อ ‘ตลาดคริปโต’ เช่นกัน เนื่องจากทิศทางของอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานส่งผลต่อความผันผวนของบิตคอยน์(BTC) และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ อย่างชัดเจน ล่าสุดในขณะที่เฟดยังมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องทิศทางดอกเบี้ย การแทรกแซงทางการเมืองอาจยิ่งทำให้ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่ข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างอาคาร แต่เป็นชนวนแห่งความตึงเครียดที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของนโยบายการเงินสหรัฐ และกระทบต่อ ‘ภาพรวมสภาพคล่องและการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล’ ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0