Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สตาร์กเน็ต(Starknet) ล่มอีกครั้งในปี 2025 – เผยสาเหตุโค้ดผิดพลาด-แนะทางป้องกัน

**เครือข่ายสตาร์กเน็ตหยุดทำงานครั้งที่สองในปีนี้ – เปิดเผยสาเหตุและแนวทางป้องกันในอนาคต**

สตาร์กเน็ต(Starknet) โซลูชันเลเยอร์2 บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) ได้เปิดเผยรายงานวิเคราะห์เหตุการณ์เครือข่ายล่มครั้งล่าสุดซึ่งถือเป็นครั้งที่สองในปีนี้ โดยระบุว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบบไม่สามารถสร้างบล็อกได้ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 18 นาที เนื่องจากข้อผิดพลาดในโค้ดภายใน ส่งผลให้บางธุรกรรมต้องย้อนกลับและมีการจัดโครงสร้างบล็อกใหม่

รายงานเผยว่า สาเหตุหลักเกิดจากความไม่สอดคล้องกันระหว่าง "บล็อกิไฟเออร์(Blockifier)" ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลเยอร์การประมวลผล และ "โปรฟวิงเลเยอร์(Proving Layer)" ที่ตรวจสอบผลลัพธ์ของธุรกรรม โดยภายใต้เงื่อนไขเฉพาะบางประการ โค้ดได้ประมวลผลธุรกรรมผิดพลาดจนทำให้ลำดับความต่อเนื่องของข้อมูลในบล็อกเชนถูกทำลาย

อย่างไรก็ตาม เลเยอร์ตรวจสอบทำงานได้ตามปกติและสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ก่อนที่ธุรกรรมจะถูกบันทึกอย่างถาวรบนเลเยอร์ 1 ของอีเธอเรียม จึงตัดสินใจทำการย้อนกลับกิจกรรมบนเครือข่ายในช่วงเวลา 18 นาทีดังกล่าว ปัจจุบันระบบได้กลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว

สตาร์กเน็ตระบุว่า จะดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น รวมถึงการทดสอบระบบอย่างครอบคลุมและตรวจสอบโค้ดอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก โดยทางทีมย้ำว่า “เนื่องจากบล็อกเชนยุคถัดไปมีโครงสร้างหลายชั้น ความเที่ยงตรงของสถาปัตยกรรมจึงเป็น ‘สิ่งสำคัญ’” พร้อมเน้นว่าความซับซ้อนด้านเทคนิคที่เพิ่มขึ้นจำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ

**ปัญหาเครือข่ายยังไม่จบ – เคยหยุดทำงานนานกว่า 5 ชั่วโมงในเดือนกันยายน**

ทั้งนี้ ปัญหาเครือข่ายล่าสุดนับเป็นเหตุการณ์ครั้งที่สองในปี 2025 โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน สตาร์กเน็ตเคยประสบปัญหาหยุดสร้างบล็อกเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมงจากความผิดพลาดของระบบจัดลำดับธุรกรรม (sequencer) หลังจากการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่ชื่อว่า ‘กรีนตา(Grinta)’

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เครือข่ายต้องจัดโครงสร้างบล็อกใหม่ถึงสองครั้ง ส่งผลให้ข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงประมาณ 1 ชั่วโมงถูกยกเลิก แม้ผู้ใช้งานทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบมากนัก แต่สำหรับนักลงทุนที่เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นหรือถือครองสถานะที่ไวต่อเวลา เหตุการณ์นี้อาจสร้าง ‘ความเสียหายอย่างรุนแรง’

ในฐานะที่เป็นโซลูชันขยายขนาดบนอีเธอเรียม จุดยืนของสตาร์กเน็ตคือการยกระดับ ‘ความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม’ และ ‘ลดค่าธรรมเนียม’ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์หยุดทำงานที่เกิดขึ้นซ้ำบ่งชี้ว่าความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ยังต้องการการปรับปรุง

ขณะที่โซลูชันขยายระบบในยุคใหม่หันมาใช้เทคโนโลยีระดับสูงมากขึ้น ความสำคัญของการตรวจสอบโค้ดและการทดสอบอย่างละเอียดจึงถูกย้ำอีกครั้ง *ความคิดเห็น* ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ในระยะสั้น แทนที่จะเร่งพัฒนาเฉพาะส่วนการประมวลผลธุรกรรม ควรให้ความสำคัญกับ ‘ความต่อเนื่อง และความน่าเชื่อถือ’ ของเครือข่ายมากกว่า

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

หนุนโดยทรัมป์! WLFI ยื่นขอใบอนุญาตทรัสต์ในสหรัฐฯ ดัน USD1 ขึ้นแท่นสเตเบิลคอยน์หลัก

บิตคอยน์(BTC) ทรงตัวที่ 91,000 ดอลลาร์ นักลงทุนรอผลตัวเลขจ้างงาน-คำตัดสินภาษีทรัมป์

ด็อกวีฟแฮต(WIF) ร่วง 22% สู่แนวรับ 0.30 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์เตือนอาจเข้าสู่ขาลงหากหลุดระดับสำคัญ

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1