เครือข่ายสตาร์คเน็ต(Starknet) ซึ่งเป็นโซลูชันเลเยอร์2(L2) บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) กลับมาออนไลน์ตามปกติแล้ว หลังประสบปัญหาหยุดทำงานนานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นเหตุขัดข้องครั้งใหญ่อีกครั้งนับตั้งแต่การอัปเกรดระบบครั้งก่อน
เหตุขัดข้องเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 16:53 น. ตามเวลาไทยของวันจันทร์ โดยระบบเริ่มทำงานช้าลงจากกระบวนการ ‘สร้างบล็อก’ ที่ล่าช้ากว่าปกติ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ทีมพัฒนาระบุสาเหตุเบื้องต้นว่าเกิดจากความไม่สอดคล้องกันในการประมวลผลธุรกรรมและการตรวจสอบธุรกรรม จนกระทั่งเวลา 20:23 น. ระบบจึงได้รับการแก้ไขผ่านแพตช์ซอฟต์แวร์ และกลับมาดำเนินงานได้เต็มรูปแบบในเวลา 21:02 น.
แม้เหตุขัดข้องในครั้งนี้จะกินระยะเวลายาวนาน แต่ดูเหมือนว่ายอดรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกล็อกไว้(TVL) และกิจกรรมของผู้ใช้งานไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จากข้อมูลของ L2beat มูลค่าทรัพย์สินรวมของสตาร์คเน็ตในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 10% แตะระดับประมาณ 7.97 ร้อยล้านดอลลาร์ หรือราว 1.15 หมื่นล้านบาท ขณะที่จำนวนธุรกรรมที่ผู้ใช้ดำเนินการ (UOPS) เพิ่มขึ้น 24% สะท้อนว่าเครือข่ายยังคงมี ‘การใช้งาน’ อย่างต่อเนื่อง
สำหรับราคาของโทเคนพื้นฐานของสตาร์คเน็ตอย่าง STRK ตามข้อมูลจาก CoinGecko ล่าสุดเคลื่อนไหวลงเพียงเล็กน้อย โดยปรับลดราว 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 0.089 ดอลลาร์ หรือราว 129 บาทต่อเหรียญ
‘ปัญหาทางเทคนิค’ ล่าสุดนี้ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงเสถียรภาพของโครงข่ายอย่างจริงจัง เนื่องจากนับตั้งแต่เกิดการอัปเกรดครั้งใหญ่ภายใต้โค้ดเนม ‘กรีนตา(Grinta)’ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้าง sequencer แบบกระจายศูนย์ ใช้ระบบอนุมัติล่วงหน้าแบบวินาทีต่อวินาที และมีการปรับปรุงตลาดค่าธรรมเนียม — ก็เกิดปัญหาขัดข้องขึ้นแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง
ด้านทีมพัฒนาระบุหลังการกู้คืนระบบว่า ขณะนี้ ‘เครือข่ายกลับมาทำงานตามปกติ’ อีกครั้ง แต่ยอมรับว่า อาจมีบางธุรกรรมที่ส่งในช่วงเวลา 16:24-16:42 น. (UTC+7) ที่ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ โดยจะมีการเผยแพร่รายงานทางเทคนิคอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ซึ่งจะรวมถึงไทม์ไลน์ของเหตุการณ์, การวิเคราะห์สาเหตุ และแนวทางการป้องกันเหตุขัดข้องในอนาคต
ความสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาในตัวเครือข่ายสตาร์คเน็ต แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนสำหรับโซลูชันเลเยอร์2 โดยรวมว่า ‘ความพร้อมใช้งาน(availability)’ และความเสถียรของระบบเป็น ‘สิ่งจำเป็น’ ยิ่งในช่วงที่จำนวนผู้ใช้งาน และมูลค่าทรัพย์สินในการใช้จริงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ‘ความคิดเห็น’ ความน่าเชื่อถือของระบบกลายเป็นหัวใจสำคัญที่นักลงทุนและนักพัฒนาต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0