ราคาของบิตคอยน์(BTC) พุ่งทะลุระดับ 94,000 ดอลลาร์ หรือราว 1,382.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 2% ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของตลาดหลังจากการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ของสหรัฐฯ และถ้อยแถลงต่อเนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งดูเหมือนว่าจะส่งอิทธิพลต่อบรรยากาศการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นเวทีปราศรัยที่เมืองดีทรอยต์โดยกล่าวถึงประเด็นร้อนแรงหลายด้าน อาทิ ความสัมพันธ์กับอิหร่านและเวเนซุเอลา, การดำเนินการของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด), รวมถึงประเด็นภาษีศุลกากร โดยเขายังคงจุดยืนแข็งกร้าวต่อเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่ที่ต่อต้านนโยบายเรียกเก็บภาษีเป็น ‘ผู้สนับสนุนจีน’
เขายังกล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารกับเวเนซุเอลาว่าเป็น “การโจมตีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์” พร้อมเน้นย้ำว่าทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันกรณีอิหร่าน ทรัมป์สนับสนุนให้ประชาชนเดินหน้าประท้วงและ ‘เข้าควบคุมกลไกของรัฐ’
ในการพาดพิงเฟด ทรัมป์ตำหนิว่า “เวลาตลาดพุ่ง เฟดควรลดดอกเบี้ย” พร้อมแสดงความไม่พอใจกับการที่พาวเวลทำให้ ‘ทุกกระแสขาขึ้นพังทลาย’ เขายังเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยก่อนกล่าวสุนทรพจน์ในวันเดียวกัน
ส่วนในประเด็นภาษี ทรัมป์กล่าวหานักการเมืองที่คัดค้านนโยบายภาษีว่าเป็น “พวกฝักใฝ่จีน” ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เตรียมตัดสินประเด็นเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการจัดเก็บภาษีในวันที่ 14
ในขณะที่คำกล่าวเหล่านี้สาดใส่ประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ บิตคอยน์ก็พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสัปดาห์ โดยในวันเดียวเพิ่มขึ้นกว่า 2,500 ดอลลาร์ หรือราว 36.78 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของบิตคอยน์ในฐานะ ‘สินทรัพย์ปลอดภัยดิจิทัล’ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งในมิติการเงินและการเมือง
ตลาดคริปโตโดยรวมยังอยู่ในภาวะค่อนข้างทรงตัวแต่ค่อยๆ ปรับขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของความไม่แน่นอนทางการเมืองจากถ้อยแถลงต่างๆ ของทรัมป์
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความผันผวนในระยะสั้นอาจเพิ่มขึ้น แต่ท่ามกลางประเด็นมหภาคและความเสี่ยงทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น การเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ถือว่าน่าจับตาอย่างยิ่งในช่วงนี้ ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ชี้ชัดว่า นักลงทุนควรให้ความสนใจกับทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0