Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

CLARITY Act จ่อเปลี่ยนโฉมกฎคริปโตสหรัฐฯ – แยก SEC-CFTC ชัดเจน, เสริมความโปร่งใสสินทรัพย์ดิจิทัล

CLARITY Act จ่อเปลี่ยนโฉมกฎคริปโตสหรัฐฯ – แยก SEC-CFTC ชัดเจน, เสริมความโปร่งใสสินทรัพย์ดิจิทัล / Tokenpost

‘กฎหมายความชัดเจนของสินทรัพย์ดิจิทัล(CLARITY Act)’ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในวุฒิสภาสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในหมู่ผู้ที่ติดตามตลาดคริปโต เนื่องจากเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการยุติความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่สะสมมายาวนาน โดยกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมทั้งการนิยามสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ การแบ่งอำนาจกำกับดูแล ตลอดจนข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียด

เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act และในเดือนมกราคม 2026 กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการด้านการเงินและเกษตรกรรมรับหน้าที่ศึกษารายละเอียด ภายใต้เป้าหมายใหญ่คือการจัดโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ ใหม่ในระดับสหพันธรัฐ

แก่นหลักของกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่การจัดหมวดหมู่ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ใหม่ และกระจายอำนาจกำกับดูแลไปตามลักษณะของสินทรัพย์ โดยเสนอแนวคิด ‘สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (digital commodity)’ ซึ่งครอบคลุมคริปโตที่มูลค่าขึ้นอยู่กับการใช้ระบบบล็อกเชน ไม่รวมหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมหรือเหรียญสเตเบิลคอยน์ โดยการซื้อขายสินทรัพย์ในกลุ่มนี้จะตกอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC)

ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ยังคงรับผิดชอบด้านการเสนอขายเหรียญ การระดมทุน การคุ้มครองนักลงทุน และการเปิดเผยข้อมูล หากมีพื้นที่กำกับซ้อนกันระหว่างหน่วยงาน ก็จะมีการจัดตั้งกฎร่วม เป็นการลดปัญหาความขัดแย้งระหว่าง SEC และ CFTC ที่ดำเนินมายาวนาน

ในส่วนของความโปร่งใส กฎหมาย CLARITY Act บังคับให้ผู้ออกเหรียญและนักพัฒนาต้องเผยแพร่ข้อมูลด้านเทคโนโลยี โครงสร้างเศรษฐกิจของโทเคน และความเสี่ยงในรูปแบบมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างโครงการได้ดีขึ้น สร้างสภาพแวดล้อมที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ

สำหรับผู้ให้บริการอย่างกระดานเทรด นายหน้าซื้อขาย หรือดีลเลอร์ ก็ต้องเข้าสู่ระบบการจดทะเบียน รายงาน และอยู่ภายใต้การตรวจสอบ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกรรมจะถูกกำกับโดย CFTC เพื่อเน้น ‘พฤติกรรมผู้ให้บริการ’ มากกว่าการกำกับตามประเภทสินทรัพย์

ในขณะที่เหรียญสเตเบิลคอยน์จะไม่อยู่ภายใต้กฎของ CLARITY Act เนื่องจากได้รับการจัดการแบบเฉพาะผ่าน ‘กฎหมาย GENIUS’ ที่ผ่านการอนุมัติแล้วเมื่อปี 2025 โดยแบ่งเหรียญประเภทนี้ออกจากหลักทรัพย์และสินค้า พร้อมระบุมาตรฐานเงินสำรองและข้อกำหนดด้านการแลกคืนอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม CLARITY Act ยังเข้ามาเสริมในประเด็นที่สเตเบิลคอยน์มีบทบาทร่วมกับโครงการคริปโตอื่นๆ เช่นระบบรางวัลหรือการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะทาง

อีกหนึ่งจุดเด่นของกฎหมายฉบับนี้คือการเสนอแนวคิด ‘บล็อกเชนที่เติบโตเต็มที่ (mature blockchain)’ สำหรับเครือข่ายที่ผ่านเกณฑ์การกระจายศูนย์และคุณสมบัติทางเทคนิคที่เพียงพอ จะถูกจัดให้อยู่ภายใต้การดูแลของ CFTC ลดระดับความเข้มงวดในการกำกับ ซึ่งสะท้อนมุมมองที่ว่า นวัตกรรมที่เติบโตแล้วควรได้รับการปฏิบัติทางกฎหมายอย่างแตกต่างออกไป

อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในบริบทของการแก้ปัญหาด้านดีไฟ(DeFi) หรือสินทรัพย์แบบผสมที่ยากต่อการนิยามว่าเป็นหลักทรัพย์หรือสินค้า มีความกังวลว่านโยบายนี้อาจเปิดช่องว่าง ทำให้บางโครงการหลุดออกจากการกำกับดูแล ขณะเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการปกป้องนักลงทุนในฝั่ง CFTC อาจยังไม่หลากหลายเท่ากับเกณฑ์จาก SEC

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของ CLARITY Act จะไม่ได้วัดจากเพียงแค่ ‘การออกกฎหมาย’ แต่ต้องอาศัยการบังคับใช้ที่เป็นรูปธรรม การสร้างแนวทางปฏิบัติที่ยืดหยุ่น และการตอบโจทย์กลุ่มสินทรัพย์แบบใหม่

หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านอย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ จะกลายเป็นประเทศแรกที่มีกรอบกำกับดูแลคริปโตอย่างครอบคลุมในระดับรัฐบาลกลาง โดย ‘คำ’ สำคัญคือความชัดเจนทางนโยบาย ที่อาจกำหนดทิศทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมคริปโตในระดับโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1