Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เวลเว็ตแคปปิตอลเปิดโมเดลแคชแบ็ก 100% ลดภาระค่าธรรมเนียมในโลกดิไฟ

ในขณะที่แนวคิด ‘การกระจายศูนย์’ และ ‘ลดค่าธรรมเนียม’ เคยเป็นจุดขายหลักของแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายอำนาจหรือดิไฟ(DeFi) แต่แนวโน้มล่าสุดกลับกลายเป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคงที่ในระดับกว่า 1% ซึ่งสร้างภาระให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น ท่ามกลางกระแสกำลังเปลี่ยนแปลงนี้ แพลตฟอร์มดิไฟอย่าง *เวลเว็ตแคปปิตอล(Velvet Capital)* ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ที่ให้เงินคืนแก่ผู้ใช้งานแบบ ‘แคชแบ็กสูงสุด 100%’ เพื่อลดผลกระทบจากค่าธรรมเนียมดังกล่าว

ดิไฟถือกำเนิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาตัวกลางทางการเงินแบบดั้งเดิม และส่งมอบ ‘ความโปร่งใส’ รวมถึง ‘การควบคุมสินทรัพย์’ กลับมาให้ผู้ใช้งานโดยตรง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป หลายแพลตฟอร์มดิไฟได้นำระบบค่าธรรมเนียมคงที่มาใช้ ซึ่งในบางกรณีอาจเกินกว่า 1% โดยขึ้นอยู่กับปริมาณธุรกรรมหรือสภาวะตลาด ปรากฏการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้เทรดรายวันและผู้ใช้งานที่ใช้กลยุทธ์การซื้อขายอัตโนมัติโดยตรง

*เวลเว็ตแคปปิตอล* จึงได้พัฒนาโปรแกรม *เวลเว็ตแคชแบ็ก(Velvet Cashback)* ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้ โดยไม่ยึดติดกับรอบเวลาคงที่แบบรายเดือน แต่ใช้ *“เกณฑ์กลิ้ง 30 วัน”* เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราการคืนค่าธรรมเนียม กล่าวคือ ยิ่งผู้ใช้งานมียอดการซื้อขายในช่วง 30 วันที่ผ่านมาสูงเท่าไร ก็จะยิ่งได้รับเงินคืนในอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยสูงสุดอาจได้รับคืนถึง *100%*

นอกจากนี้ ทางแพลตฟอร์มยังเสนอโบนัสพิเศษสำหรับผู้ที่ *สเตกโทเคนของแพลตฟอร์ม* ภายใต้ชื่อ ‘veVELVET’ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดสิทธิ์รับแคชแบ็กและอัตราการคืนเงินที่สูงกว่า โดยโมเดลนี้จะรองรับเครือข่ายอย่าง โซลานา(SOL), อีเธอเรียม(ETH), เบส(Base), เครือข่าย BNB, โมนาด(Monad) และ โซนิก(Sonic) ทั้งนี้ ขอบเขตของการใช้งานอาจมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับประเทศหรือภูมิภาคของผู้ใช้

ในอีกด้านหนึ่ง เวลเว็ตแคปปิตอลยังยกระดับการใช้งานด้วยการนำ *เครื่องมือวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์(AI)* เข้ามาใช้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลของโทเคนและสถานะของพูลสภาพคล่องแบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ไปยังวอลเล็ตภายนอก นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ *“การบริหารพอร์ตแบบร่วมกัน”* ผ่าน ‘โวลต์แบบแบ่งปัน(shared vaults)’ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนหลายคนเข้าร่วมในกลยุทธ์เดียวกันตามที่กำหนดไว้

ความพยายามของเวลเว็ตแคปปิตอลครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสำรวจโมเดลค่าธรรมเนียมที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้นในโลกดิไฟ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่ตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมเคยปรับค่าธรรมเนียมให้ใกล้เคียง 0% ด้วยแรงผลักดันจากการแข่งขันและนโยบายกำกับดูแล ดิไฟอาจเดินในเส้นทางที่คล้ายคลึงกันขึ้นอยู่กับโครงสร้างการกำกับดูแลและรูปแบบนโยบาย

*ความคิดเห็น*: โมเดลแคชแบ็กของเวลเว็ตแคปปิตอลสะท้อนถึงการพยายามสร้างภูมิทัศน์การเงินแบบกระจายศูนย์ที่ ‘เป็นมิตรกับผู้ใช้’ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เน้น ‘ความยั่งยืน’ ทางเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ต่างๆ ที่เสนอจะขึ้นอยู่กับ ‘เงื่อนไขการใช้งาน’ และ ‘พฤติกรรมการซื้อขาย’ ของผู้ใช้แต่ละราย และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมระบบดิไฟจึงควรพิจารณาความเสี่ยงในด้านเทคโนโลยี สภาพตลาด และกฎระเบียบอย่างรอบด้าน ก่อนตัดสินใจลงทุนในแพลตฟอร์มต่างๆ พร้อมประเมิน ‘ความคุ้มค่าเชิงปฏิบัติ’ ของโมเดลแคชแบ็กให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตนเอง.

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1