บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวกลับจากโซน ‘6.4만달러’ ก่อนขึ้นมาทดสอบแนว ‘ต้าน’ สำคัญบริเวณ ‘6.9만달러’ ขณะที่ภาพรวมตลาดยังเผชิญปัญหาการลดลงของปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่อง ทำให้แม้จะมีสัญญาณ ‘รีบาวด์’ แต่ความเชื่อมั่นต่อการเปลี่ยนทิศเป็นขาขึ้นรอบใหม่ยังคงจำกัด
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) นักวิเคราะห์ออนเชนและตลาดคริปโตชื่อดัง ‘ดาร์กโพสต์(Darkfost)’ ประเมินว่า เดือนกุมภาพันธ์มีแนวโน้มปิดฉากด้วยปริมาณซื้อขาย *สปอตบิตคอยน์* ต่ำที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นมา โดยมองว่าในจังหวะที่ราคาบิตคอยน์(BTC) ย่อลงมายืนในกรอบที่เคยเห็นเมื่อปีที่แล้ว การซื้อขายกลับซบเซาตามไปด้วย สะท้อนว่าตลาดยังคงอยู่ในโหมด ‘ตั้งรับ’ มากกว่าจะเข้าสู่เฟส ‘ขยายตัว’ รอบใหม่
ด้านโครงสร้างตลาด *สปอต* ดาร์กโพสต์ชี้ว่า หลังทำจุดสูงสุดช่วงเดือนตุลาคม ปริมาณการซื้อขายบนกระดานหลักเริ่มหดตัวอย่างชัดเจน ยอดเทรดรวมสปอตลดลงราว ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของระดับเดิม โดยเฉพาะกระดานใหญ่อย่าง ไบแนนซ์ ที่ปริมาณเทรดเฉลี่ยรายเดือนร่วงจากราว ‘1,980억달러’ เหลือประมาณ ‘750억달러’ ส่วน เก이트아이오(Gate.io) ลดจาก ‘530억달러’ เหลือ ‘250억달러’ และ ไบ비트(Bybit) จาก ‘410억달러’ ลงมาแถว ‘200억달러’
ในมุมส่วนแบ่งตลาด ไบแนนซ์ยังครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่นด้วยปริมาณสปอตเฉลี่ยราว ‘750억달러’ ตามมาด้วย เก이트아이โอ (ราว ‘250억달러’) และ ไบ비트 (ราว ‘200억달러’) ทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่น อย่างไรก็ตาม แม้ 3 กระดานหลักยังคงขับเคลื่อนปริมาณส่วนใหญ่ของตลาดภาพรวม แต่ ‘สภาพคล่อง’ โดยรวมกลับยังตึงตัวอย่างเห็นได้ชัด
นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า สัญญาณปัญหาสภาพคล่องเริ่มแรงขึ้นตั้งแต่ช่วง ‘ช็อก’ วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อมูลค่ามิ결제약정(open interest) ในตลาดฟิวเจอร์สบิตคอยน์หายไปราว ‘7만 BTC’ หรือประมาณ ‘80억달러’ (คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 1달러 = 1,434.40วอน คิดเป็นราว 11.47ล้านล้านวอน) หลังจากนั้น ‘กำลังซื้อ–กำลังขาย’ รวมของทั้งตลาดอนุพันธ์และสปอตก็อ่อนแรงลงต่อเนื่อง
‘ความคิดเห็น’ การที่หลายกระดานใหญ่พร้อมใจกันเห็นภาพปริมาณสปอตหายไปแบบเดียวกัน แทบตัดความเป็นไปได้ว่าเป็นอีเวนต์เฉพาะของกระดานใดกระดานหนึ่ง และควรถูกมองว่าเป็น ‘การเปลี่ยนโครงสร้างตลาด’ ระดับมหภาค มากกว่าความผิดปกติเฉพาะจุด
สภาพ ‘ 관망장 ’ หรือ ‘ตลาดรอดูท่าที’ จึงกลายเป็นคำอธิบายที่ถูกหยิบมาใช้อธิบายบรรยากาศการเทรดบิตคอยน์(BTC) ช่วงนี้มากขึ้น เมื่อปริมาณสปอตลดลง การตีความเชิงโครงสร้างก็มักจะโยงไปที่คำว่า ‘ความมั่นใจอ่อนแรง’ เพราะสภาพคล่องที่บางลงทำให้ราคาเหวี่ยงแรงได้จากเงินก้อนเล็กๆ มากขึ้น ทั้งฝั่งขึ้นและฝั่งลง ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของสัญญาณเทคนิคจากทั้งการเด้งและการหลุดแนวรับลดลงตามไปด้วย
บริเวณเช่นนี้ นักเทรดจำนวนไม่น้อยจึงเลือกจะ ‘ชะลอ’ การวางเดิมพัน ไม่ว่าจะฝั่งซื้อหรือฝั่งขาย ทำให้ตลาดเคลื่อนตัวในลักษณะ ‘ไซด์เวย์–ปรับฐาน’ มากกว่าเข้าสู่เทรนด์ชัดเจน ขณะเดียวกันเมื่อ ‘แรงซื้อสปอต’ ไม่ได้หนุนหลัง การสร้างเทรนด์ขึ้นหรือลงแบบยั่งยืนก็มักเลื่อนไปเรื่อยๆ แตกต่างจากอดีตรอบกระทิงครั้งใหญ่ที่มักมี ‘สปอตไหลเข้า’ หนุนหลังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รอบที่นำโดยอนุพันธ์เพียงอย่างเดียวมักถูกมองว่า ‘เปราะบาง’ และจบลงอย่างรวดเร็ว
อีกหนึ่งมุมมองคือ การหดตัวของสปอตอาจเป็นสัญญาณว่ากองทุนและนักลงทุนสถาบันกำลังย้ายเงินไปยังสินทรัพย์อื่นท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านมหภาค เช่น ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และภาวะเสี่ยงถดถอยในเศรษฐกิจโลก
ในระยะถัดไป ปัจจัยชี้ขาดจึงอยู่ที่ว่า ‘การเข้าร่วมในตลาดสปอต’ จะลงถึงจุดต่ำสุดแล้วดีดกลับได้หรือไม่ หากปริมาณซื้อขายกลับมาขยายตัวอย่างมีนัยยะ สิ่งนี้จะถูกอ่านเป็นสัญญาณว่าความ ‘มั่นใจ’ เริ่มเดินกลับเข้าตลาด แต่หากความซบเซายืดเยื้อออกไป ความเห็นที่ว่าบิตคอยน์(BTC) จะต้องติดอยู่ในโหมด ‘ป้องกันความเสี่ยง’ ต่ออีกพักใหญ่ก็อาจจะเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น
ในแง่ ‘เทคนิค’ กราฟวันของบิตคอยน์(BTC) แสดงให้เห็นว่าราคาหลุดกรอบสะสม 9만~9만5000달러 ลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนดิ่งสู่บริเวณ ‘6만달러 초반’ โดยระหว่างการร่วงลงนั้น ปริมาณซื้อขายพุ่งสูงขึ้นชัดเจน สะท้อนแรง ‘บังคับปิดโพ지ชัน’ และแรงขายเชิงรุกที่ถาโถมเข้ามา หลังจากนั้นราคาเริ่มฟื้น ขยับกลับขึ้นมาบริเวณ ‘6만8000~6만9000달러’ ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นแนว ‘ต้าน’ ระยะสั้น
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลักทั้ง ‘50 วัน·100 วัน·200 วัน’ ต่างกำลัง ‘ลาดลง’ และราคาปัจจุบันยังคงวิ่งอยู่ ‘ใต้’ เส้นทั้งหมดนี้ โดยเฉพาะสัญญาณที่ ‘เส้น 50 วัน’ กำลังเลี้ยวลงมาตัด ‘เส้น 100 วัน’ จากด้านบน เป็นรูปแบบที่มักถูกอ่านว่าเป็นการยืนยันภาวะ ‘อ่อนแรงระยะสั้น’ ขณะที่เส้น 200 วันยังคงลอยอยู่เหนือราคาปัจจุบันค่อนข้างห่าง ทำให้มีการตีความว่าการฟื้นตัวของแนวโน้มระยะกลาง–ยาวยังไม่เริ่มอย่างจริงจัง
การแกว่งตัวแคบๆ แถว ‘6만8000달러’ ในช่วงล่าสุดจึงถูกมองว่าเป็นเพียงการ ‘รีบาวด์ในขาลง’ หรือ ‘เด้งทดสอบแนวต้าน’ มากกว่าจะเป็นการกลับตัวเข้าขาขึ้นใหม่ เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณเชิงโครงสร้างแบบ ‘ยกสูงทั้งยอดและฐาน’ ให้เห็นอย่างชัดเจน อีกทั้งการเด้งแต่ละครั้งก็ไม่ได้ถูกหนุนด้วยการขยายตัวของปริมาณซื้อขาย เป็นปัจจัยลบที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น
นักวิเคราะห์เทคนิคบางส่วนมองว่า ภาพบรรยากาศตลาดจะเริ่ม ‘เปลี่ยนโทน’ อย่างมีนัยยะ ก็ต่อเมื่อบิตคอยน์(BTC) สามารถยืนเหนือโซน ‘7만2000~7만5000달러’ พร้อมกับทะลุเส้นค่าเฉลี่ยหลักที่กำลังไหลลงและ ‘ปิดแท่งรายวัน’ เหนือเส้นเหล่านั้นได้อย่างต่อเนื่อง
ตราบใดที่เงื่อนไขดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น ทุกการดีดตัวอาจยังถูกใช้เป็น ‘จังหวะขาย’ ของนักเทรดที่ติดดอยหรือรอระบายของเก่า และหากโมเมนตัมขาขึ้นอ่อนแรงลงอีกครั้ง โอกาสที่ตลาดจะหันกลับไปทดสอบโซนรับ ‘6만달러대’ ใหม่ก็ยังคงเปิดอยู่ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ในตลาดคริปโตปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0