Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Pump.fun กวาดรายได้ทะลุ 10억ดอลลาร์ ดันโซลานา(SOL) ขึ้นแท่นฮับมีมโทเคน เตรียมลุยมัลติเชนสู่ Ethereum·Base

แพลตฟอร์มออกเหรียญมีมบนโซลานา ‘펌프펀(Pump.fun)’ ทำสถิติใหม่ด้วยการกวาดรายได้สะสมทะลุ 10억 달러 (ราว 1.48 ล้านล้านวอน) กลายเป็นแอปพลิเคชันตัวแรกบน ‘โซลานา(SOL)’ ที่สร้างรายได้แตะระดับ 10억 달러 สะท้อนความร้อนแรงของตลาดมีมโทเคนและบทบาทของโซลานาในฐานะเครือข่ายหลักของกระแสนี้

펌프펀ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2024 ในฐานะ ‘ล launchpad มีมโทเคน’ ที่ทำให้ใครก็สามารถสร้างเหรียญมีมของตัวเองได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิก นับตั้งแต่เปิดใช้งานจนถึงปัจจุบัน มีโทเคนถูกสร้างบนแพลตฟอร์มแล้วราว 1,200만 รายการ ขณะที่ช่วงปลายปี 2024 ซึ่งเป็นจุดพีกของกระแสมีมโทเคน ปริมาณธุรกรรมต่อวันบนโซลานาราว 62% มาจากกิจกรรมบนแพลตฟอร์มนี้เพียงแห่งเดียว

ด้านตัวเลขรายได้ 펌프펀ก็เติบโตแบบก้าวกระโดด ณ เดือนเมษายน 2025 ปริมาณค่าธรรมเนียมรวมที่แพลตฟอร์มเก็บได้แตะระดับประมาณ 152만 โซลานา(SOL) โดยในช่วงหลัง รายได้เฉลี่ยต่อวันทรงตัวแถว 100만 달러 ต่อวัน ส่งผลให้หลายฝ่ายมองว่าแพลตฟอร์มนี้ได้กลายเป็น ‘เครื่องจักรทำรายได้ของโซลานา’ อย่างไม่เป็นทางการ และเป็นโมเดลสร้างรายได้ที่ ‘แซงหน้าโปรโตคอลดิไฟ(DeFi) แบบดั้งเดิม’ ในแง่เม็ดเงินที่ไหลผ่านแพลตฟอร์ม

หนึ่งในจุดเด่นเชิงโครงสร้างของ 펌프펀 คือการใช้ ‘bonding curve’ ในการจัดสรรสภาพคล่องและกำหนดราคาแบบอัตโนมัติ กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยง ‘rug pull’ หรือการที่นักพัฒนาดึงสภาพคล่องหนีในช่วงแรกเริ่มของโครงการ โดยระบบจะค่อย ๆ ย้ายสภาพคล่องไปยังพูลบนดีเซนทรัลไลซ์เอ็กซ์เชนจ์ตามสูตรที่กำหนดล่วงหน้า ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากรู้สึกว่าระบบ “โปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้น” และเข้ามาร่วมสร้างโทเคนกันอย่างล้นหลาม ‘ความคิดเห็น’ โมเดลนี้ไม่ได้กำจัดความเสี่ยงทั้งหมด แต่ช่วยเปลี่ยนมีมโทเคนจากเกมปั่นสั้น ๆ ไปสู่รูปแบบที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลออนเชนก็สะท้อนอีกด้านของความจริง นั่นคือ ‘ความผันผวนสุดขั้ว’ ของตลาดมีมโทเคน บน 펌프펀 มีโทเคนราว 98.5% ที่ไม่สามารถเดินหน้าไปจนจบเส้นทาง bonding curve ได้อย่างสมบูรณ์ และมูลค่าของโทเคนเหล่านั้นก็ไหลลงจนใกล้ ‘ศูนย์’ แทบทั้งหมด แม้สัดส่วนความล้มเหลวจะสูงมาก แต่จำนวนผู้ใช้งานสะสมแบบยูนีคบนแพลตฟอร์มกลับยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดผู้ใช้รวมทะลุ 2,200만 ราย ‘ความคิดเห็น’ ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าผู้เล่นจำนวนมากมองมีมโทเคนเป็น “เกมเสี่ยงโชคแบบออนเชน” มากกว่าจะเป็นการลงทุนระยะยาว

‘이더리움(ETH)·베이스(Base)·모나드(Monad)’ สัญญาณขยายสู่มัลติเชนของ 펌프펀 เริ่มปรากฏชัดขึ้นผ่านข้อมูลโดเมนบนเชน เมื่อไม่นานมานี้ มีการตรวจพบการจดทะเบียนซับโดเมนรูปแบบ ethereum.pump.fun, base.pump.fun, monad.pump.fun บนระบบเนมเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ แม้ทางทีมงานยังไม่ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็น ‘สัญญาณเตรียมขยายบริการจากโซลานาไปสู่เครือข่ายอื่น’ และเดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ ‘멀티체인(multi-chain)’ เต็มรูปแบบ

ในบรรดาเชนที่ถูกจับตามอง ‘เบส(Base)’ ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายการขยายตัวที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุด เพราะเป็นเลเยอร์ 2 ที่มีฐานผู้ใช้งานรายย่อยหนาแน่น มีวัฒนธรรมมีมโทเคนชัดเจน แต่ยังขาด ‘แบรนด์ launchpad ระดับเรือธง’ แบบที่ 펌프펀สร้างได้บนโซลานา ปัจจุบันสภาพคล่องของมีมโทเคนบนเบสยังถูกแบ่งกระจายอยู่ในแพลตฟอร์มขนาดเล็กหลายแห่ง หาก 펌프펀เข้าไปเปิดให้บริการจริง มีโอกาสสูงที่สภาพคล่องจะถูกดึงมารวมศูนย์อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว และกลายเป็นฮับกลางของมีมโทเคนบนเบส

ด้าน ‘이더리움(ETH)’ แม้จะขึ้นชื่อเรื่อง ‘ค่าก๊าซสูง’ ทำให้การเทรดมีมโทเคนบนเมนเน็ตเสียเปรียบเชนอื่น แต่เครือข่ายนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางของสถาบันการเงินบนเชน และมีอินฟราดิไฟที่ลึกที่สุด หาก 펌프펀สามารถต่อเชื่อมเข้ากับระบบนิเวศของอีเธอเรียมได้สำเร็จ ก็มีโอกาสดึงสภาพคล่องเชิงสถาบันและทุนขนาดใหญ่เข้ามาในตลาดมีมโทเคนมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ การตั้งซับโดเมน ethereum.pump.fun จึงอาจเป็นสัญญาณว่าทีมงานกำลังวางหมากเชื่อมระหว่าง “วัฒนธรรมมีม” กับ “ทุนสถาบัน” บนเชนหลักของดิไฟ

ท่ามกลางสัญญาณการขยายตัวไปยังเชนต่าง ๆ การแข่งขันในตลาด ‘มีมโทเคน launchpad’ มีแนวโน้มร้อนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หาก 펌프펀นำโมเดล ‘bonding curve + UI ใช้งานง่าย’ ไปลงบนเชนที่รองรับ EVM การแข่งขันของแพลตฟอร์มเปิดขายเหรียญรุ่นใหม่อาจถูกเขย่าอย่างแรง โดยเฉพาะในระบบนิเวศของเบสที่ขณะนี้เริ่มมีโปรเจกต์หน้าใหม่อย่าง ‘클랭커(Clanker)’ เข้ามาแย่งความสนใจนักเก็งกำไร

ถึงอย่างนั้น 펌프펀ยังคงได้เปรียบในเชิง ‘เงินทุนและแบรนด์’ จากข้อมูลในอุตสาหกรรม มีการประเมินว่าแพลตฟอร์มนี้มีทุนสะสมจาก ICO และการระดมทุนแบบ private รวมราว 13억 달러 ซึ่งถือเป็น firepower ที่สูงกว่าคู่แข่งขนาดเล็กบนเชน EVM อย่างชัดเจน ทั้งในแง่เงินสำหรับพัฒนาโปรดักต์ การทำแคมเปญจูงใจผู้ใช้ และการดึงดูดทีมโปรเจกต์คุณภาพเข้ามาเปิดตัวบนแพลตฟอร์ม

อย่างไรก็ตาม ตัวแปรสำคัญที่สุดของการขยายตัวแบบ멀티체น อาจไม่ใช่เรื่องฟีเจอร์หรือเงินทุน แต่คือ ‘ความปลอดภัย’ ตลาดมีมโทเคนและ launchpad เป็นพื้นที่ที่มีการทำธุรกรรมหนาแน่น ใช้งานง่าย และดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมาก ส่งผลให้กลายเป็นเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์มาโดยตลอด ตัวอย่างล่าสุดคือกรณีแพลตฟอร์มเกี่ยวกับเหรียญ 봉크(BONK) อย่าง ‘Bonk.fun’ ที่ถูกผู้โจมตีเข้ายึดเว็บและฝังโค้ดอันตราย ทำให้ทรัพย์สินในกระเป๋าของผู้ใช้บางส่วนถูกขโมยไป เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวโทเคน แต่กินรวมถึงเลเยอร์ของอินเทอร์เฟซผู้ใช้และระบบจัดการโดเมน

ในมุมของผู้เชี่ยวชาญ หลายเสียงประเมินว่าหาก 펌프펀สามารถขยายบริการไปยังหลายเชนโดยยังรักษา ‘มาตรการรักษาความปลอดภัย’ ให้อยู่ในระดับสูงและสม่ำเสมอได้ มีมโทเคน launchpad อาจก้าวข้ามสถานะจากเครื่องมือที่ผูกติดกับเชนใดเชนหนึ่ง ไปสู่การเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานแบบ chain-neutral’ ที่ผู้ใช้สามารถสร้างและเทรดโทเคนข้ามเชนได้อย่างไร้รอยต่อ ‘ความคิดเห็น’ หากภาพนี้เกิดขึ้นจริง ไม่เพียงแต่ 펌프펀จะตอกย้ำสถานะผู้นำในตลาดมีมโทเคน แต่ยังอาจกลายเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่กำหนดทิศทางของตลาดคริปโตยุคต่อไปบนหลายเครือข่ายพร้อมกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1