Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แฮชเรตบิตคอยน์(BTC) ร่วงกว่า 12% สะท้อนแรงย้ายออกนักขุด ตลาดจับตาความปลอดภัยเครือข่ายสั่นคลอน

บิตคอยน์(BTC) กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดหลัง ‘แฮชเรต’ ของเครือข่ายร่วงแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนสัญญาณการย้ายออกของนักขุด และทำให้ความมั่นคงด้านความปลอดภัยของเครือข่ายถูกตั้งคำถามมากขึ้นในตลาดคริปโต

บิตคอยน์ ‘แฮชเรต’ วัดจากพลังประมวลผลรวมที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย โดยคิดจากจำนวนการคำนวณแฮชต่อวินาที (H/s) และมักใช้หน่วยเป็นเอกซาแฮช(EH/s) ตัวเลขยิ่งสูงหมายถึงมีนักขุดจำนวนมากเข้าร่วมแข่งขันขุดบล็อก ส่งผลให้ทั้งความปลอดภัยและความยากในการขุดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ข้อมูลจาก Blockchain.com ระบุว่า ค่าเฉลี่ย 7 วันของแฮชเรตบิตคอยน์เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราว 1,083 EH/s เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ก่อนจะลดลงมาอยู่บริเวณ 954 EH/s ในปัจจุบัน คิดเป็นการลดลงประมาณ 12% ในระยะสั้น จนถูกมองว่าเป็นแรงสะเทือนต่อโครงสร้างเครือข่ายขุด

จุดสูงสุดก่อนหน้าเกิดขึ้นหลังจากเครือข่ายฟื้นตัวจากปัญหานักขุดในสหรัฐต้องหยุดเครื่องช่วงคลื่นความหนาวจัด ทำให้แฮชเรตดีดกลับแรง แต่การที่ตัวเลขไม่สามารถรักษาแรงขึ้นต่อได้และกลับตัวลงเร็ว สะท้อนว่ามีนักขุดบางส่วนทยอยถอดปลั๊กออกจากเครือข่าย ‘ความคิดเห็น’ สัญญาณแบบนี้มักถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะไม่สมดุลระหว่างต้นทุนขุดและราคาในตลาด

รายได้หลักของนักขุดมาจากบิตคอยน์ที่ได้รับเป็นรางวัลต่อบล็อก ซึ่งมีจำนวนเหรียญต่อบล็อกค่อนข้างคงที่ ดังนั้น ‘มูลค่ารวมของรางวัล’ จึงผูกโดยตรงกับราคาบิตคอยน์ในตลาด เมื่อราคาเหรียญปรับตัวขึ้น รายรับต่อพลังประมวลผลจะเพิ่มขึ้น กระตุ้นให้ผู้เล่นนำเครื่องมาขุดมากขึ้น ดันแฮชเรตให้สูงขึ้นไปอีก ในทางกลับกัน หากราคาอ่อนตัวหรือแกว่งตัวในกรอบแคบ รายได้จะหดลง จนทำให้ผู้ที่มีต้นทุนสูงทยอยปิดเครื่อง

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งบิตคอยน์ทำจุดสูงสุดรอบใหม่ ส่งผลให้แฮชเรตแตะระดับสูงสุดตลอดกาลตามไปด้วย แต่หลังจากนั้นเมื่อภาพรวมตลาดเริ่มอ่อนตัว แฮชเรตกลับปรับลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับภาวะกำไรของนักขุดที่ถูกกดดันมากขึ้น

ระยะหลัง บิตคอยน์เคลื่อนไหวในลักษณะ ‘ไซด์เวย์ในกรอบ’ ไม่ได้มีแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน สถานการณ์แบบนี้ทำให้รายรับต่อเครื่องขุดไม่ขยายตัว ในขณะที่ต้นทุนด้านไฟฟ้าและการดูแลอุปกรณ์ยังทรงตัวหรือสูงขึ้น ส่งผลให้จุด ‘คุ้มทุน’ ของนักขุดหลายรายเริ่มถูกท้าทาย ‘ความคิดเห็น’ สำหรับผู้เล่นที่ใช้เครื่องรุ่นเก่า หรืออยู่ในพื้นที่ที่ค่าไฟสูง การหยุดเครื่องชั่วคราวจึงกลายเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล

ขณะเดียวกัน ราคาบิตคอยน์(BTC) เพิ่งฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนแถว 73,200 ดอลลาร์ หรือราว 1.09 ล้านบาท ทำให้ตลาดกลับมาถกเถียงกันอีกครั้งว่าระดับราคานี้จะเพียงพอให้รายได้ของนักขุดฟื้นตัว และดึงแฮชเรตกลับสู่แนวโน้มขาขึ้นได้หรือไม่ หากการปรับขึ้นของราคายังคงต่อเนื่องต่อไป แรงจูงใจในการเปิดเครื่องขุดเพิ่มเติมก็จะสูงขึ้น ส่งผลบวกต่อความปลอดภัยของเครือข่าย

อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับปัจจุบันได้หรือติดอยู่ในกรอบแคบเป็นเวลานาน ความเสี่ยงคือจะมีนักขุดที่รับต้นทุนไม่ไหวทยอยถอนตัวเพิ่ม ทำให้ ‘แฮชเรต’ ลดลงอีก และอาจกดดันต่อภาพรวมของเครือข่ายบิตคอยน์ทั้งในมิติความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ท้ายที่สุด ทิศทางของตลาดบิตคอยน์ในระยะต่อไปจึงไม่ได้ขึ้นกับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องจับตา ‘แฮชเรต’ ในฐานะตัวชี้วัดความแข็งแรงของระบบขุดและความปลอดภัยของเครือข่ายโดยรวม หากแฮชเรตสามารถกลับมาฟื้นตัวควบคู่กับการปรับขึ้นของราคาได้ จะช่วยเสริมมุมมองเชิงบวกต่อบิตคอยน์(BTC) ในระยะกลางถึงยาว แต่หากแนวโน้มการย้ายออกของนักขุดยังดำเนินต่อไป ก็อาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ตลาดไม่อาจมองข้าม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1