อีเธอเรียม(ETH) กำลังเผชิญคำตอบใหม่ต่อปัญหา ‘การกระจายตัวของระบบนิเวศ’ เมื่อสถาปัตยกรรมแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา ‘การแยกส่วนของเลเยอร์2’ และการพึ่งพา ‘บริดจ์’ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แนวคิดหลักคือการสร้าง ‘เขตเศรษฐกิจอีเธอเรียม(EEZ)’ ที่ทำให้ทุกเลเยอร์ทำงานร่วมกันราวกับเป็น ‘เชนเดียว’
โปรเจกต์ ‘EEZ’ นี้ถูกประกาศร่วมกันโดย ฟรีเดอรีเค แอร์นสต์(Friederike Ernst) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโครงการกโนซิส และ จอร์ดี เบย์ลินา(Jordi Baylina) ผู้ก่อตั้งโครงการซิสก์(Zisk) โดยมีการเปิดตัวในงานประชุม ‘อีเธอเรียม คอมมูนิตี้ คอนเฟอเรนซ์(EthCC)’ ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ทั้งยังมีมูลนิธิอีเธอเรียม(Ethereum Foundation) เข้าร่วมสนับสนุนเงินทุนร่วมด้วย
การออกแบบของ ‘EEZ’ มุ่งให้ทุกกิจกรรมระหว่างเลเยอร์1 เลเยอร์2 และหลากหลายโรลอัป สามารถถูกจัดการภายใน ‘ธุรกรรมเดียว’ สัญญาอัจฉริยะที่ดีพลอยบนโรลอัปของ EEZ จะสามารถเรียกใช้สัญญาบนเมนเน็ตอีเธอเรียม รวมถึงสัญญาบนโรลอัปอื่นที่อยู่ใน EEZ พร้อมกันได้ในคราวเดียว ขณะที่การรับประกันการประมวลผลยังคงอยู่ในระดับเดียวกับเลเยอร์1
เทคโนโลยีเบื้องหลังที่ทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้คือ ‘การพิสูจน์แบบความรู้ศูนย์ (ZK) แบบเรียลไทม์’ ซึ่งพัฒนามาจากสแต็กการพิสูจน์ของซิสก์(Zisk) แทนที่โรลอัปแต่ละตัวจะทำงานแยกกัน EEZ เลือกใช้โมเดลที่ทำให้โรลอัปจำนวนมาก ‘ซิงก์’ กันและทำงานเหมือนกับเป็นเชนเดียวต่อเนื่อง
อีกจุดเด่นคือ EEZ จะใช้ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เป็นก๊าซโทเคนโดยตรง โดยไม่สร้างโทเคนใหม่สำหรับค่าธรรมเนียม นั่นหมายถึงแนวทางของโครงการนี้คือการ ‘ต่อยอดและขยาย’ ระบบนิเวศอีเธอเรียมที่มีอยู่ มากกว่าจะสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจแบบปิดของตัวเอง
แอร์นสต์อธิบายว่า ปัญหาหลักของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง ‘การสเกล’ แต่คือ ‘การแยกส่วนของระบบนิเวศ’ โดยกล่าวว่า ‘EEZ’ เป็นความพยายามจะสร้าง “อีเธอเรียมหนึ่งเดียว” แทนการปล่อยให้เชนจำนวนมากแยกกันอยู่โดยไร้การเชื่อมต่อ
พร้อมกับการเปิดตัวสถาปัตยกรรมดังกล่าว ยังมีการเปิดตัว ‘EEZ อัลไลแอนซ์’ ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือแบบไม่เป็นทางการที่ตั้งเป้าหมายเพื่อ ‘รวมระบบนิเวศ EVM เข้าด้วยกัน’ แพลตฟอร์มดิจิไฟแนนซ์(DeFi) และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายรายเข้าร่วมเป็นสมาชิกเริ่มต้น โดยมีชื่ออย่าง เอเว(AAVE), แฟลชบอตส์, เนเธอร์มายด์, เซนทริฟิวจ์, เซฟ(Safe), CoW สว็อป, ไททัน, บีเวอร์ บิลด์, โมเนเรียม และ xStocks เข้าร่วม ซึ่งสะท้อนว่าความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เป็นเพียง “การทดลองเชิงเทคนิค” แต่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริงในตลาดตั้งแต่ต้น
โครงการ EEZ จะถูกดำเนินการภายใต้โครงสร้างองค์กรไม่แสวงหากำไรในสวิตเซอร์แลนด์ โดยซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะถูกเปิดเป็นโอเพ่นซอร์สและใช้งานได้ฟรี จุดยืนนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อสร้าง ‘ความเป็นกลาง’ และ ‘ความโปร่งใส’ ในระยะยาว
ในปัจจุบัน กลยุทธ์การขยายเครือข่ายของ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เติบโตผ่าน ‘โรลอัป’ หลากหลาย ทั้ง ออปติมิซึม(OP), อาร์บิทรัม(ARB), โพลิกอน(MATIC) และโครงการอื่น ๆ แม้จะช่วยเพิ่มปริมาณการประมวลผล แต่การเชื่อมต่อข้ามเชนที่ยังไม่ราบรื่น กลับกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง ทั้งกรณี ‘แฮ็กบริดจ์’ และการกระจายสภาพคล่องไปตามเชนย่อยจำนวนมาก จนเพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบให้ตลาดคริปโต
หากโครงสร้างแบบ ‘การประมวลผลแบบซิงก์พร้อมกัน (Synchronous Composability)’ ที่ EEZ เสนอ สามารถนำมาประยุกต์ใช้จริงได้อย่างที่ออกแบบไว้ ปัญหาการพึ่งพาบริดจ์และสภาพคล่องแตกตัวอาจถูกคลี่คลายตั้งแต่ระดับสถาปัตยกรรม อย่างไรก็ตาม รายละเอียดด้าน ‘ประสิทธิภาพการทำงาน’ และ ‘สเปกเทคนิคเชิงลึก’ ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยในตอนนี้ โดยทีมงานระบุว่าจะมีการประกาศเกณฑ์วัดผล(Benchmark) และรายละเอียดสถาปัตยกรรมเพิ่มเติมภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
‘ความคิดเห็น’
หาก EEZ สามารถพิสูจน์ได้ในทางปฏิบัติว่า อีเธอเรียม(ETH) สามารถขยายตัวผ่านหลายโรลอัปแต่ยังทำงาน ‘เหมือนเชนเดียว’ ได้จริง การแข่งขันด้านการสเกลในระบบนิเวศอีเธอเรียมอาจเปลี่ยนทิศจากแนวทาง ‘แยกเป็นหลายเครือข่าย’ ไปสู่การ ‘บูรณาการให้เป็นหนึ่งเดียว’ ซึ่งจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อทิศทางของทั้งเครือข่ายและโปรเจกต์เลเยอร์2 ในระยะยาว
ความคิดเห็น 0