Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ตลาดบิตคอยน์(BTC) เข้าสู่ภาวะสเตรสหนัก เหรียญ 47% ติดลบ-เงินไหลออก ETF-สเตเบิลคอยน์กดดันขาลงใหม่

ตลาดบิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญภาวะ ‘สเตรส’ รอบใหม่ ทำให้โซนขาดทุนของนักลงทุนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ข้อมูลบนเชนล่าสุดชี้ว่า ‘เกือบครึ่งหนึ่ง’ ของบิตคอยน์(BTC) ที่หมุนเวียนอยู่ตอนนี้ กำลังถูกถืออยู่ที่ราคาต่ำกว่าต้นทุนซื้อของผู้ลงทุน

ดัชนีสำคัญอย่าง ‘ดัชนีอิมแพ็กต์บิตคอยน์’ พุ่งขึ้นแตะระดับ 57.4 ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม เพิ่มขึ้นกว่า 13 จุดเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ถือเป็นการดีดตัวแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ ดัชนีนี้ประเมินระดับ ‘ความตึงเครียดของตลาด’ จากกิจกรรมบนเชน กระแสเงินใน ETF และตลาดอนุพันธ์ รวมถึงภาวะสภาพคล่อง โดยใช้ระดับ 100 เป็นเกณฑ์บ่งชี้ ‘โซนความเสี่ยงสูง’

‘เกือบครึ่งตลาด’ อยู่ในโซนขาดทุน บิตคอยน์ 47% ติดลบเทียบต้นทุน

ข้อมูลรายงานระบุว่า ปัจจุบันประมาณ 47% ของอุปทานบิตคอยน์(BTC) ทั้งหมดอยู่ในสถานะขาดทุน คิดเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่รอบที่ตลาดถูกกดดันอย่างหนักเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

กลุ่มที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดคือ ‘นักถือยาว’ หรือกระเป๋าที่ถือบิตคอยน์เกิน 6 เดือน ก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว นักลงทุนกลุ่มนี้ยังทยอยทำกำไรที่โซนราคาเหนือ 70,000 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ราว 4.6 ล้าน BTC หรือราว 30% ของบิตคอยน์ที่พวกเขาถืออยู่ ได้พลิกมาอยู่ในโซนขาดทุนแล้ว

มูลค่าการขาดทุนที่ถูกบันทึก (Realized Loss) ของกลุ่มนี้ พุ่งขึ้นมาแตะระดับเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 ความแตกต่างที่กว้างขึ้นระหว่างราคาตลาดกับข้อมูลบนเชน สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนกำลังหดตัวลงอย่างชัดเจน

“ความคิดเห็น” ภาวะนี้บ่งชี้ว่าตลาดเข้าสู่ช่วงที่ ‘ความอดทนของผู้ถือยาว’ ถูกทดสอบอย่างหนัก และหากแรงกดดันยืดเยื้อ อาจเห็นการเทขายจากกลุ่มที่เดิมที ‘ไม่คิดจะขาย’

เงินไหลออกแรง สเตเบิลคอยน์-ETF-นักขุดหันมา ‘ขาย’

ด้านสภาพคล่องตลาดก็กลับทิศอย่างรวดเร็ว กระแสเงินในสเตเบิลคอยน์ที่เมื่อต้นเดือนยังมี ‘เงินใหม่’ ไหลเข้าตลาดสุทธิเฉลี่ยวันละราว 250 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้กลับกลายเป็น ‘เงินไหลออก’ สุทธิวันละราว 292 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าผู้เล่นจำนวนมากกำลังลดความเสี่ยงและดึงเงินสดออกจากตลาดคริปโต

ฝั่ง ETF บิตคอยน์(BTC) และผู้ขุด(ไมเนอร์)ก็เปลี่ยนจุดยืนจาก ‘ฝั่งซื้อ’ มาเป็น ‘ฝั่งขาย’ เช่นกัน หมายความว่า แหล่งดีมานด์หลักที่เคยช่วยพยุงราคาตลอดรอบขาขึ้น กำลังอ่อนแรงลงพร้อมกัน

“ความคิดเห็น” เมื่อทั้ง ETF นักลงทุนสถาบัน และนักขุด หันมาเพิ่มแรงขายพร้อมกัน ภาวะรีบาวด์ระยะสั้นมักเปราะบางและถูกขายทิ้งได้ง่าย

รายงานยังชี้ว่า รูปแบบข้อมูลบนเชนลักษณะเดียวกันนี้ เคยปรากฏมาแล้วในช่วงปี 2018 และช่วงกลางปี 2022 โดยหลังจากนั้นราคาบิตคอยน์(BTC) เคยปรับตัวลงต่อมากกว่า 25% ทำให้สัญญาณปัจจุบันถูกตีความในเชิง ‘คำเตือน’ ต่อความเสี่ยงขาลงรอบใหม่

ยังไม่ถึงจุด ‘ยอมแพ้ทั้งตลาด’ สัญญาณแพนิคเซลยังไม่แรง

แม้ตัวเลขหลายด้านจะชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะเปราะบางขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้อมูลบนเชนในตอนนี้ยังไม่แสดงสัญญาณของ ‘แพนิคเซล’ แบบเต็มรูปแบบ กล่าวคือ ยังไม่เห็นการเร่งโอนบิตคอยน์(BTC) เข้าสู่กระดานเทรดในปริมาณผิดปกติ ซึ่งปกติจะเป็นสัญญาณของการเตรียมเทขายครั้งใหญ่

โดยทั่วไปแล้ว การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์จำนวนมากเข้าสู่กระดานเทรด มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเข้าสู่ ‘เฟสยอมจำนนอย่างสมบูรณ์’ หรือ capitulation ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยอมขายขาดทุนเพื่อหนีความเสี่ยง ณ ตอนนี้แม้ระดับ ‘สเตรส’ จะสูงขึ้น แต่ตลาดยังไม่แสดงว่ากำลังเข้าสู่โหมดเทขายสุดขั้วแต่อย่างใด

“ความคิดเห็น” ภาวะปัจจุบันจึงอาจมองได้ว่าอยู่ในช่วง ‘กึ่งกลางทางเลือก’ ระหว่างการย่อตัวต่อเนื่องกับการเริ่มสะสมของผู้เล่นระยะยาวที่รอโอกาสเข้าซื้อในราคาที่มองว่าน่าสนใจ

ท้ายที่สุด ตลาดบิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญสัญญาณลบจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งดัชนีความตึงเครียดที่พุ่งขึ้น สัดส่วนเหรียญในโซนขาดทุนที่เพิ่มขึ้น การไหลออกของสภาพคล่อง และแรงขายจากทั้ง ETF และนักขุด ขณะเดียวกัน การขาดสัญญาณเทขายแบบยอมแพ้ทั้งตลาด ก็ทำให้โอกาสฟื้นตัวยังไม่ถูกปิดลงอย่างสิ้นเชิง ทิศทางต่อจากนี้จะถูกกำหนดอย่างมากโดย ‘ทิศทางกระแสเงิน’ และ ‘พฤติกรรมของผู้ถือระยะยาว’ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่า ตลาดบิตคอยน์(BTC) จะเข้าสู่รอบขาลงเต็มตัว หรือเปลี่ยนเป็นช่วงสะสมเพื่อรอบใหม่ในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1