บิตคอยน์(BTC) ร่วงหลุดแนวรับ ‘6.9 หมื่นดอลลาร์’ อีกครั้ง ท่ามกลางแรงขายที่กดดันตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่นักลงทุนกำลังจับตาไม่ใช่แค่การย่อตัวระยะสั้นของราคา หากเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างจาก ‘อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุน’ ที่พุ่งขึ้นแตะ 40.6% ซึ่งเคยสัมพันธ์กับโซน ‘ฐานระยะยาว’ ของรอบตลาดก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 13 ตามข้อมูลจากคริปโตแวนต์(CryptoQuant) นักวิเคราะห์ที่ใช้นามแฝงว่า MorenoDV ระบุว่า ตัวชี้วัด ‘Supply in Loss’ หรือ ‘อุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุน’ ของบิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับวัฏจักรตลาดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยดัชนีนี้วัด ‘สัดส่วนของเหรียญที่ถูกซื้อในราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน’ หมายความว่า ณ ตอนนี้ นักลงทุนมากกว่า 4 ใน 10 รายกำลังถือบิตคอยน์(BTC) แบบ ‘ติดดอย’
จุดสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลข 40.6% แต่เป็น ‘โครงสร้างของรอบขาลง’ ที่ซ้ำรอยอดีต ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา จุดต่ำสุดสำคัญของรอบตลาดบิตคอยน์(BTC) มักจะก่อตัวขึ้นเมื่อสัดส่วน Supply in Loss ลงมาชน ‘เส้นแนวโน้มขาลง’ ของตัวชี้วัดนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งยังพบว่า ‘ระดับความเจ็บปวด’ ที่ตลาดต้องเผชิญเพื่อสร้างฐานใหม่ ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ในอดีตต้องมีผู้ถือเหรียญมากกว่า 60% ที่อยู่ในภาวะขาดทุน กว่าตลาดจะสร้างจุดต่ำสุดได้ แต่เมื่อโครงสร้างตลาดเริ่มโตขึ้น สภาพคล่องลึกขึ้น และผู้เล่นสถาบันเข้ามามากขึ้น สัญญาณฐานระยะยาวก็เริ่มปรากฏที่สัดส่วนที่ต่ำลงกว่าเดิม
ตัวเลขปัจจุบันที่ 40.6% จึงอาจไม่ใช่ ‘จุดสุดโต่งทางประวัติศาสตร์’ แต่ก็สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ใน ‘โซนความเครียด’ ที่ไม่อาจมองข้ามได้ ปัจจัยอย่างเงินทุนจากสถาบัน ผู้ถือระยะยาว (long-term holders) และกระแสเงินจากกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีมุมมองว่า แม้จะไม่เกิดภาวะเทขายหนักแบบในอดีต โครงสร้างตลาดก็ยังสามารถค่อยๆ สร้างฐานระยะยาวได้ ‘ความคิดเห็น’ หากราคาไหลลงต่อและตัวชี้วัด Supply in Loss กลับลงไปทดสอบเส้นแนวโน้มเดิมอีกครั้ง อาจกลายเป็นจุดที่นักลงทุนระยะยาวมองว่าเป็น ‘โอกาสสะสม’ คล้ายกับวัฏจักรรอบก่อน
ด้านโครงสร้างราคาบนกราฟ สัญญาณระยะกลาง-ยาวยังคงกดดันจิตวิทยาตลาด บิตคอยน์(BTC) สูญเสียแนวรับสำคัญในกรอบ 7.2 หมื่น–7.5 หมื่นดอลลาร์ในกรอบสัปดาห์ ก่อนถอยลงมาซื้อขายบริเวณ 6.96 หมื่นดอลลาร์ โซนดังกล่าวเคยทำหน้าที่เป็นทั้งแนวรับและแนวต้านหลักตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา การหลุดลงมาจึงถูกตีความว่าเป็นสัญญาณถดถอยของ ‘โครงสร้างขาขึ้น’ เดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รูปแบบบนกราฟเทคนิคชี้ว่า บิตคอยน์(BTC) เด้งไม่ผ่านบริเวณ 8.2 หมื่นดอลลาร์ และกลับลงมาสร้าง ‘จุดสูงใหม่ที่ต่ำลงกว่าเดิม’ ยืนยันภาพการพักฐานที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ราคายังไหลลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ และ 100 สัปดาห์ เพิ่มแรงกดดันจากฝั่งเทคนิคเข้าไปอีก ‘คำ’ แนวรับสำคัญถัดไปถูกประเมินไว้ในช่วง 6.4 หมื่น–6.6 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เคยมีแรงซื้อหนาแน่นหลังการย่อตัวแรงในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่าพื้นที่ราคานี้จะเป็น “ด่านชี้ชะตา” ทิศทางของรอบนี้
ท้ายที่สุด สิ่งที่ตลาดต้องตอบให้ได้มีอยู่สองประเด็น ‘คำ’ หนึ่ง บิตคอยน์(BTC) จะสามารถยืนกลับและฟื้นตัวเหนือกรอบ 7.2 หมื่น–7.5 หมื่นดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ หากทำได้ โครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่จะยังไม่เสียหายจนเกินไป ‘คำ’ สอง หากราคาไหลลงต่อทดสอบแนวรับ 6.4 หมื่น–6.6 หมื่นดอลลาร์ การลงครั้งนี้จะถูกจดจำในฐานะ ‘ขั้นตอนสุดท้าย’ ของการยืนยันฐานระยะยาวหรือเปล่า
ตัวชี้วัดอุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนยังคงส่งสัญญาณ ‘รองรับระยะยาว’ ให้กับบิตคอยน์(BTC) แต่ในเชิงราคาและจิตวิทยาระยะสั้น ภาพรวมยังไม่เอื้อให้เกิดมุมมองเชิงบวกแบบเต็มตัว นักลงทุนจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง ‘สัญญาณฐานเชิงโครงสร้าง’ กับ ‘แรงขายระยะสั้น’ อย่างระมัดระวังในช่วงที่บิตคอยน์(BTC) แกว่งตัวใกล้ระดับตัดสินรอบใหม่ของตลาดคริปโตในครั้งนี้
ความคิดเห็น 0