Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

คอสปี้ฟื้นทะลุ 6,820 จุด แรงซื้อ 'นิติบุคคลอื่น' หนุนตลาด 1.58 ล้านล้านวอน

กราฟกระดาษที่ฟื้นตัวหลังร่วงลง และชิปหน่วยความจำ / TokenPost.ai

ดัชนีคอสปี้(KOSPI) ของเกาหลีใต้ปิดตลาดที่ 6,820.02 จุด เพิ่มขึ้น 31.14 จุด หรือ 0.46% แม้ระหว่างวันจะเคยร่วงลงไปแตะ 6,547.76 จุดก็ตาม โดยแรงซื้อจากกลุ่ม 'นิติบุคคลอื่น' ที่พุ่งขึ้นถึง 1.58 ล้านล้านวอน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงการซื้อหุ้นคืนของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics, 005930) และเอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix, 000660) ช่วยพยุงดัชนีไม่ให้ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้

ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี(Korea Exchange) เมื่อวันที่ 31 (เวลาท้องถิ่น) ดัชนีคอสปี้เปิดตลาดที่ 6,613.58 จุด ก่อนร่วงลงระหว่างวันจนแตะจุดต่ำสุดที่ 6,547.76 จุด คิดเป็นการปรับตัวลดลงสูงสุดถึง 3.55% ก่อนที่ช่วงบ่ายตลาดจะเริ่มลดช่วงติดลบและพลิกกลับมาเป็นบวกในที่สุด

ทิศทางเงินทุนในตลาดคอสปี้วันนี้กลับแตกต่างจากภาพการไล่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงตามปกติ นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิ 639,900 ล้านวอน นักลงทุนสถาบันเทขายสุทธิ 793,100 ล้านวอน ส่วนนักลงทุนรายย่อยเทขายสุทธิ 144,300 ล้านวอน

ในทางกลับกัน กลุ่ม 'นิติบุคคลอื่น' ซื้อสุทธิสูงถึง 1,577,300 ล้านวอน คำว่านิติบุคคลอื่นหมายถึงนักลงทุนสถาบันที่ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบุคคลทั่วไป ต่างชาติ หรือสถาบันการเงิน ซึ่งการซื้อหุ้นคืนในตลาดของบริษัทจดทะเบียนก็ถูกนับรวมอยู่ในหมวดนี้ด้วย

นับถึงวันนี้ กลุ่มนิติบุคคลอื่นซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 ในตลาดคอสปี้ ผู้สังเกตการณ์ตีความว่าการซื้อหุ้นคืนของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้เป็นค่าตอบแทนพนักงานในรูปหุ้น และการซื้อหุ้นคืนของเอสเค ไฮนิกซ์เพื่อนำไปตัดหุ้นทุน ถูกจัดอยู่ในหมวดสถิติเดียวกัน และกลายเป็นแรงหนุนที่ช่วยพยุงดัชนีไว้ไม่ให้ร่วงลงไปมากกว่านี้

ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทปิดตลาดเป็นบวกพร้อมกัน โดยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ปิดที่ 260,000 วอน เพิ่มขึ้น 3,000 วอน หรือ 1.17% ส่วนเอสเค ไฮนิกซ์ปิดที่ 1,674,000 วอน เพิ่มขึ้น 21,000 วอน หรือ 1.27%

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ที่อ่อนแรงในช่วงเช้ากลับมาฟื้นตัวได้ ช่วยให้ดัชนีฟื้นตัวได้มากขึ้น หุ้นอื่นที่ปรับขึ้นตามมา ได้แก่ ซัมซุง อิเล็กโทร-เมคานิกส์(Samsung Electro-Mechanics) เพิ่มขึ้น 2.60% แอลจี เอนเนอร์ยี โซลูชัน(LG Energy Solution) เพิ่มขึ้น 2.16% ซัมซุง ไบโอโลจิกส์(Samsung Biologics) เพิ่มขึ้น 2.15% และฮุนได มอเตอร์(Hyundai Motor) เพิ่มขึ้น 1.00%

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากถ้อยแถลงของ ชเว แท-วอน(Choi Tae-won) ประธานกลุ่มเอสเค(SK Group) ที่ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก(Bloomberg) ระหว่างเข้าร่วมประชุมประธานหอการค้าเกาหลี-ญี่ปุ่นที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ว่าเอสเค ไฮนิกซ์กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานร่วมทุนผลิตชิปหน่วยความจำในญี่ปุ่น

ชเวกล่าวว่า “เรากำลังพิจารณาทั่วทั้งญี่ปุ่น พื้นที่ไหนก็ตามที่มีไฟฟ้าและน้ำเพียงพอ เราก็พร้อมพิจารณา” ทั้งนี้ ชเวไม่ได้เปิดเผยชื่อพันธมิตรที่มีศักยภาพหรือพื้นที่ที่เป็นตัวเลือกชัดเจน คำกล่าวนี้สะท้อนว่าแผนการลงทุนยังอยู่ในขั้นศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ใช่การตัดสินใจที่แน่นอนแล้ว

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องจากรายงานก่อนหน้าของโตเกนโพสต์(TokenPost) เรื่อง แรงซื้อสุทธิของกลุ่มนิติบุคคลอื่นและผลจากการซื้อหุ้นคืน ซึ่งชี้ว่าซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ซื้อหุ้นสามัญในตลาดเพื่อใช้เป็นค่าตอบแทนพนักงาน ขณะที่เอสเค ไฮนิกซ์ซื้อหุ้นคืนเพื่อนำไปตัดหุ้นทุนเป็นมาตรการยกระดับมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น

แม้จะถูกนับรวมอยู่ในหมวดสถิติ 'นิติบุคคลอื่น' เหมือนกัน แต่จุดประสงค์และขั้นตอนหลังการซื้อของสองบริษัทนี้ต่างกัน การซื้อหุ้นของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์มีเป้าหมายเพื่อค่าตอบแทนพนักงาน ส่วนการซื้อหุ้นของเอสเค ไฮนิกซ์เป็นมาตรการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่มีแผนตัดหุ้นทุนรออยู่แล้ว

ในทางกลับกัน ดัชนีคอสแด็ก(KOSDAQ) ปิดตลาดในแดนลบ โดยลดลง 4.12 จุด หรือ 0.49% มาอยู่ที่ 834.29 จุด

ระหว่างวันดัชนีคอสแด็กเคยร่วงลงไปแตะ 805.14 จุด ก่อนจะลดช่วงติดลบลงได้เกือบทั้งหมดในช่วงบ่าย นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 253,500 ล้านวอน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันเทขายสุทธิ 54,300 ล้านวอน และ 201,500 ล้านวอน ตามลำดับ

อี คยองมิน(Lee Kyung-min) นักวิเคราะห์จากไดชิน ซีเคียวริตี้(Daishin Securities) กล่าวว่า “แรงซื้อสุทธิของกลุ่มนิติบุคคลอื่นช่วยพยุงไม่ให้หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ร่วงลงไปมากกว่านี้ และเมื่อหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ฟื้นตัวขึ้นในช่วงบ่าย ตลาดหุ้นเกาหลีจึงออกมาในรูปแบบอ่อนตัวช่วงเช้าแล้วแข็งค่าขึ้นช่วงบ่าย” คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองว่าการดีดตัวขึ้นของตลาดในวันนี้เกิดจากผลของการซื้อหุ้นคืนมากกว่าแรงซื้อใหม่จากนักลงทุนต่างชาติหรือสถาบัน

อย่างไรก็ตาม การตีความแรงซื้อของกลุ่มนิติบุคคลอื่นว่าเป็นเม็ดเงินใหม่ที่ไหลเข้าตลาดยังทำได้ยาก เพราะแม้การซื้อหุ้นคืนจะเป็นการซื้อในตลาดที่ส่งผลต่อดัชนีจริง แต่ทั้งนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันต่างเทขายสุทธิพร้อมกันในวันเดียวกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1