สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่คิม โบอึน (Kim Bo-eun) ในบริษัทราออนเทค (Raontech, 418420) ลดลงเหลือ 27.56% หลังคิม มินซอก (Kim Min-seok) ผู้บริหารซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง โอนหุ้นให้เปล่า (การให้โดยเสน่หา) จำนวน 4 หมื่นหุ้น
คิม โบอึน และบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 8 ราย ถือหุ้นและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของราออนเทครวม 8,482,295 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 27.56% ณ วันที่ 4 กันยายน ตามรายงานการถือครองหุ้นจำนวนมากที่เปิดเผยผ่านระบบเปิดเผยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ตัวเลขนี้ลดลงจากรายงานฉบับก่อนหน้าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ระบุสัดส่วน 27.69% (8,522,295 หุ้น) หรือลดลง 0.13 จุดเปอร์เซ็นต์ คิดเป็นจำนวนหุ้นที่หายไป 40,000 หุ้น
หากคิดเฉพาะฐานหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือครองอยู่ที่ 8,390,170 หุ้น คิดเป็น 27.26% ต่างจากตัวเลขฐานหุ้นและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอยู่ 92,125 หุ้น ซึ่งเป็นผลจากการรวมหุ้นแฝงอย่างหุ้นกู้แปลงสภาพหรือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนไว้ในตัวเลขฐานหุ้นและหลักทรัพย์ สัดส่วนตามหุ้นสามัญก็ลดลง 0.13 จุดเปอร์เซ็นต์จากรายงานฉบับก่อนหน้าเช่นกัน
คำว่า 'บุคคลที่เกี่ยวข้อง' ในรายงานการถือครองหุ้นจำนวนมาก หมายถึงครอบครัวหรือผู้บริหารที่ต้องรายงานสัดส่วนการถือหุ้นรวมกับผู้ถือหุ้นใหญ่ ในรายงานฉบับนี้ ผู้ถือหุ้นที่ระบุชัดเจนได้แก่ โก ซองอึน (Ko Seong-eun) คู่สมรส, จอง มินซู (Jeong Min-su) ผู้บริหาร และคิม มินซอก ผู้บริหาร
สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากการให้หุ้นโดยเสน่หาของคิม มินซอก กรรมการบริษัท ซึ่งโอนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงจำนวน 4 หมื่นหุ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม คิดตามราคาปิดในวันที่โอน 4,025 วอน มูลค่ารวมประมาณ 161 ล้านวอน หุ้นที่คิม มินซอกถือครองจึงลดลงจาก 231,000 หุ้น เหลือ 214,625 หุ้น
ส่วนคิม โบอึน ผู้ถือหุ้นใหญ่ ยังคงถือหุ้นและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องไว้ที่ 6,041,557 หุ้น (19.63%) ไม่เปลี่ยนแปลงจากการโอนหุ้นครั้งนี้ ขณะที่โก ซองอึน คู่สมรส ถือ 1,199,000 หุ้น (3.90%) และจอง มินซู ผู้บริหาร ถือ 848,250 หุ้น (2.76%)
ในการเปิดเผยข้อมูลการถือหุ้นจำนวนมากของบริษัทจดทะเบียน บางครั้งตัวเลขฐานหุ้นและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับฐานหุ้นสามัญจะแตกต่างกัน โทเคนโพสต์เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลถือหุ้นจำนวนมากที่รวมหุ้นแฝงที่แปลงสภาพได้ อาจแตกต่างจากสัดส่วนหุ้นสามัญที่แท้จริง
ในตลาดคอสแดค (KOSDAQ) มีกรณีที่สัดส่วนหุ้นรวมของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยจากการให้หรือซื้อขายหุ้นของบุคคลที่เกี่ยวข้องแต่ละรายอยู่เรื่อยๆ โทเคนโพสต์เคยรายงานความเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนหุ้นและหลักทรัพย์ของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนคอสแดคแห่งหนึ่งตามเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลในลักษณะเดียวกันมาแล้ว กรณีของราออนเทคครั้งนี้ก็จัดอยู่ในรูปแบบเดียวกัน คือสัดส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่เองไม่เปลี่ยน แต่สัดส่วนรวมปรับลดลงจากการให้หุ้นภายในกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ราออนเทคเป็นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เชิงระบบ (System Semiconductor) จดทะเบียนในตลาดคอสแดคตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023
ผลประกอบการรอบปีบัญชีสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2025 บริษัทมีรายได้ 8,700 ล้านวอน ขาดทุนจากการดำเนินงาน 5,800 ล้านวอน และขาดทุนสุทธิ 6,600 ล้านวอน ท่ามกลางผลขาดทุนต่อเนื่อง โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาเดียวกัน
ราคาหุ้นราออนเทค ณ เวลา 14.50 น. วันที่ 4 กันยายน อยู่ที่ 4,115 วอน เพิ่มขึ้น 2.36% จากวันก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีคอสแดควันเดียวกันปิดตลาดที่ 813.50 จุด เพิ่มขึ้น 2.95% จากวันทำการก่อนหน้า
นอกจากนี้ คิม โบอึนยังนำหุ้นส่วนตัวจำนวน 8,695,660 หุ้น ไปวางเป็นหลักประกันกับบริษัทหลักทรัพย์แดอิชิน (Daishin Securities) แยกต่างหาก โดยสัญญาวางหลักประกันลงนามเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026 วงเงินกู้ 10,000 ล้านวอน อัตราดอกเบี้ย 5.5%
จากโครงสร้างการถือหุ้น สัดส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่เอง (19.63%) ยังคงเดิม ทำให้ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต่อโครงสร้างอำนาจบริหารยังจำกัด อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาหุ้นจำนวน 8,695,660 หุ้นที่คิม โบอึนนำไปวางเป็นหลักประกัน ความเคลื่อนไหวของสัดส่วนหุ้นในกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
การรายงานครั้งนี้สะท้อนว่าสัดส่วนหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่เองไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่การให้หุ้นของบุคคลที่เกี่ยวข้องหนึ่งรายเป็นสาเหตุของตัวเลขที่ปรับลด เพียงตัวเลขที่เปิดเผยยังไม่เพียงพอจะสรุปได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารหรือโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการอย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0