ดัชนีราคาอาหารโลกเดือนสิงหาคมขึ้นมาอยู่ที่ 133.3 จุด เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุในรายงานดัชนีราคาอาหารโลกที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ดัชนีเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 1.9% จากตัวเลขเดือนกรกฎาคมที่ปรับปรุงใหม่เป็น 130.8 จุด และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ดัชนีเดือนกรกฎาคมถูกปรับลดจากตัวเลขเบื้องต้น 131.1 จุด เหลือ 130.8 จุด
ดัชนีราคาอาหารโลกของ FAO เป็นตัวชี้วัดที่ติดตามความเคลื่อนไหวราคาสินค้าเกษตรระหว่างประเทศเป็นรายเดือนใน 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ ธัญพืช น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม และน้ำตาล โดยใช้ราคาเฉลี่ยช่วงปี 2014-2016 เป็นฐาน 100 จุด
ในเดือนสิงหาคม ราคาสินค้าทั้ง 5 กลุ่มปรับขึ้นพร้อมกัน โดยดัชนีราคา 'น้ำตาล' เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 11.9% จากเดือนก่อนหน้า
ปัจจัยที่ผลักดันราคาน้ำตาลให้สูงขึ้น ได้แก่ △ความกังวลต่อผลผลิตหัวบีตน้ำตาลที่ลดลงในสหภาพยุโรป (EU) △ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญต่อประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในเอเชีย △ผลผลิตน้ำตาลของบราซิลที่ลดลง และ △การประกาศของอินเดียที่อนุญาตให้นำเข้าน้ำตาลทรายดิบโดยไม่เก็บภาษี
ดัชนีราคา 'ธัญพืช' เพิ่มขึ้น 2.2% จากราคาธัญพืชหลักในตลาดโลกที่ปรับขึ้นพร้อมกัน
ราคาข้าวสาลีเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 2.6% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 15.0% โดยมีสาเหตุจากปัญหาการขนส่งส่งออกในทะเลดำ สภาพอากาศร้อนแล้งในยุโรป และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง
ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้น 2.5% จากเดือนกรกฎาคม ส่วนดัชนีราคาข้าวเพิ่มขึ้น 0.5% จากแรงซื้อต่อเนื่องของประเทศในเอเชียและแอฟริกา
ดัชนีราคาน้ำมันพืชเพิ่มขึ้น 1.1% โดยราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลืองปรับขึ้นจากความต้องการนำเข้าและความกังวลต่อแนวโน้มผลผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ราคาน้ำมันคาโนลาและน้ำมันทานตะวันปรับลดลงเล็กน้อยตามแนวโน้มปริมาณผลผลิตในปีหน้า
ดัชนีราคาเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น 1.0% จากเดือนก่อนหน้า โดยราคาสัตว์ปีก เนื้อหมู และเนื้อแกะปรับขึ้น ขณะที่ราคาเนื้อวัวในตลาดโลกกลับปรับลดลง
ดัชนีราคาผลิตภัณฑ์นมเพิ่มขึ้น 2.3% โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณน้ำนมดิบที่ลดลงในสหภาพยุโรป อันเป็นผลจากสภาพอากาศร้อนแล้ง
แม็กซิโม โตเรโร(Maximo Torero) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ FAO กล่าวว่า “การปรับขึ้นของราคาอาหารโลกในเดือนสิงหาคมเป็นสัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงในตลาดอาหารกำลังกลับมาอีกครั้ง” พร้อมอธิบายว่าภาวะช็อกด้านสภาพภูมิอากาศ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาการขนส่งทางการค้าที่เกิดขึ้นพร้อมกัน กำลังทำให้การประเมินแนวโน้มอุปทานในระยะข้างหน้าทำได้ยากขึ้น
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือราคาวัตถุดิบนำเข้าที่ปรับสูงขึ้นจะถูกส่งผ่านไปยังต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมอาหารและราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องจ่ายมากน้อยเพียงใด ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ราคาอาหารโลกในเดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง
ในวันเดียวกัน FAO ยังเผยแพร่รายงานแนวโน้มอุปสงค์และอุปทานธัญพืช โดยประเมินว่าผลผลิตธัญพืชโลกในปีนี้จะอยู่ที่ 2,980 ล้านตัน ลดลง 2.0% จากปีก่อน แต่ยังถือเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ △ผลผลิตข้าวโพดถูกปรับลดลงเหลือ 1,309 ล้านตัน จากสภาพการเพาะปลูกที่ย่ำแย่ในฝรั่งเศสและโปแลนด์ △ผลผลิตข้าวสาลีถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 810.7 ล้านตัน และ △ผลผลิตข้าวคาดว่าจะลดลง 1.9% จากปีก่อน เหลือ 553.1 ล้านตัน
ความคิดเห็น 0