อีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 2,370-2,530 ดอลลาร์มาตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม โดยยังไม่สามารถเลือกทิศทางที่ชัดเจนได้ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคระยะสั้นชี้ว่าการ ‘ทะลุ’ ระดับ 2,530 ดอลลาร์หรือไม่ จะเป็นจุดชี้วัดทิศทางถัดไปของราคา
สำนักข่าว BlockBeats รายงานเมื่อวันที่ 6 กันยายน (เวลาท้องถิ่น) ว่า อาลี ชาร์ตส์(Ali Charts) นักวิเคราะห์คริปโต ระบุว่าอีเธอเรียมกำลังแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 2,370-2,530 ดอลลาร์ และราคาปิดของแท่งเทียนรายชั่วโมงต้องหลุดออกจากกรอบนี้เท่านั้น จึงจะยืนยันทิศทางการทะลุกรอบได้จริง เขายังมองว่าโครงสร้างตลาดตอนนี้เอียงไปทางฝั่งผู้ซื้อ และหากอีเธอเรียมยืนเหนือ 2,530 ดอลลาร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ราคาอาจขยับขึ้นไปแตะ 2,700 ดอลลาร์
ใจความสำคัญของการวิเคราะห์ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่เป้าราคาระยะสั้น แต่อยู่ที่ ‘เงื่อนไขยืนยัน’ โดยระดับ 2,370 ดอลลาร์ถูกวางเป็นแนวรับด้านล่าง ส่วน 2,530 ดอลลาร์เป็นแนวต้านด้านบน ตราบใดที่ราคายังแกว่งอยู่ในกรอบนี้ การตัดสินทิศทางยังทำได้ยาก และสิ่งที่ต้องจับตาคือราคาปิดของแท่งเทียนรายชั่วโมงจะออกไปด้านไหน
กรอบราคาหรือที่เรียกกันว่า ‘บ็อกซ์’ หมายถึงช่วงที่ราคาแกว่งตัวอยู่ระหว่างขอบบนและขอบล่างที่ค่อนข้างคงที่ แนวรับคือระดับราคาด้านล่างที่แรงซื้ออาจไหลเข้า ส่วนแนวต้านคือระดับราคาด้านบนที่แรงขายอาจเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กรอบราคาในกราฟไม่ได้บ่งชี้ทิศทางที่แน่นอน ต้องรอดูการหลุดกรอบจริงเกิดขึ้นก่อนจึงจะมีความหมาย
ราคาปิดของแท่งเทียนรายชั่วโมง คือราคาที่แท่งเทียนกรอบ 1 ชั่วโมงปิดตัวลง แม้ราคาระหว่างวันจะเคยขึ้นไปแตะเหนือแนวต้านชั่วขณะ แต่หากราคาปิดกลับเข้ามาในกรอบเดิมอีกครั้ง ก็ยากที่จะเรียกว่าเป็นการทะลุกรอบที่แท้จริง การที่อาลี ชาร์ตส์ ใช้ราคาปิดรายชั่วโมงเป็นเกณฑ์ ก็เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างการแกว่งราคาชั่วคราวกับสัญญาณการทะลุกรอบจริง
อีเธอเรียมเป็นโทเคนหลักของเครือข่ายที่รองรับสมาร์ทคอนแทรกต์ และเป็นเหรียญคริปโตขนาดใหญ่ที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยรองจากบิตคอยน์(BTC) แต่ประเด็นในครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เชิงโครงสร้างอย่างการอัปเกรดเครือข่ายหรือเม็ดเงินสถาบันไหลเข้า หากเป็นเพียงการตีความกรอบราคาระยะสั้นเท่านั้น
การวิเคราะห์กรอบราคาระยะสั้นแบบนี้อาจมีน้ำหนักมากขึ้น หากผู้เล่นในตลาดจับตาระดับราคาเดียวกันและตอบสนองไปในทิศทางเดียวกัน แต่ในทางกลับกัน หากไม่มีปริมาณการซื้อขายหรือปัจจัยกระตุ้นอื่นมาสนับสนุน ความพยายามทะลุกรอบก็อาจจบลงในเวลาอันสั้น ด้วยเหตุนี้ จุดสนใจของการวิเคราะห์ครั้งนี้จึงอยู่ที่ว่าราคาจะปิดเหนือ 2,530 ดอลลาร์ได้หรือไม่ มากกว่าตัวเลข 2,700 ดอลลาร์ที่เป็นเพียงเป้าถัดไป
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานกรณีที่บิตคอยน์ตกเป็นประเด็นการตีความกรอบราคาเช่นกัน โดยครั้งนั้นตลาดก็ไม่ได้ฟันธงทิศทางที่ชัดเจน แต่จับตาไปที่การหลุดกรอบและความเป็นไปได้ของสัญญาณทะลุกรอบปลอมควบคู่กันไป การวิเคราะห์กรอบราคาในตลาดคริปโตจึงมีลักษณะเป็นการวางเกณฑ์ยืนยันมากกว่าการคาดการณ์ราคาตายตัว
ดังนั้น การวิเคราะห์อีเธอเรียมในครั้งนี้จึงยังไม่ควรถูกมองเป็นสัญญาณที่ฟันธงการตัดสินใจลงทุน หากอีเธอเรียมไม่สามารถปิดราคารายชั่วโมงเหนือ 2,530 ดอลลาร์ได้ สถานการณ์การทะลุกรอบบนที่อาลี ชาร์ตส์ เสนอไว้ก็จะยังคงเป็นเพียงสมมติฐานที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่หากราคาปิดออกนอกกรอบได้จริง ผู้เล่นระยะสั้นในตลาดก็จะต้องกลับมาจับตาแนวต้านถัดไปอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0