Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

156 ล้านดอลลาร์ รายได้ตลาดพยากรณ์โรบินฮู้ดแซงรายได้หุ้น

รายได้จาก'ตลาดพยากรณ์' (Prediction Market) ของโรบินฮู้ด(HOOD) ในไตรมาส 2 ปี 2026 พุ่งขึ้นแตะ 156 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าทั้งรายได้จากการซื้อขายหุ้นและการซื้อขายคริปโตของบริษัทไปแล้ว ตัวเลขนี้สะท้อนว่าสัญญาซื้อขายตามเหตุการณ์หรือ Event Contract กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์รายได้ใหม่ที่แยกตัวออกมาจากธุรกิจโบรกเกอร์หุ้นและคริปโตแบบเดิมที่บริษัทเคยพึ่งพา

โรบินฮู้ดเปิดเผยตัวเลขนี้ในการแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่ารายได้จากการซื้อขาย (Transaction-based Revenue) โดยรวมอยู่ที่ 776 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นรายได้จากออปชัน 342 ล้านดอลลาร์ ตลาดพยากรณ์ 156 ล้านดอลลาร์ การซื้อขายหุ้น 129 ล้านดอลลาร์ และคริปโต 100 ล้านดอลลาร์

เมื่อเทียบตัวเลขแล้ว ตลาดพยากรณ์แซงหน้าทั้งการซื้อขายหุ้นและคริปโตจริง แต่ยังตามหลังรายได้จากออปชันอยู่ดี ทำให้ออปชันยังคงเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดในรายได้จากการซื้อขายของโรบินฮู้ด

ผลประกอบการครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าตลาดพยากรณ์เข้ามาแทนที่รายได้จากการซื้อขายทั้งแพลตฟอร์ม แต่สะท้อนว่าแหล่งรายได้นอกเหนือจากหุ้นและคริปโตเติบโตเร็วกว่าที่คาด โรบินฮู้ดระบุในการแถลงเดียวกันว่ารายได้รวมไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,310 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อนหน้า กำไรสุทธิ 573 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นแบบเจือจางอยู่ที่ 0.62 ดอลลาร์

ปริมาณสัญญา Event Contract ที่ซื้อขายในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.36 หมื่นล้านสัญญา เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าจากปีก่อนหน้า โรบินฮู้ดเปิดตัว Rothera ไปเมื่อเดือนมิถุนายน และระบุว่านับตั้งแต่เปิดตัวมา ปริมาณสัญญาสะสมทะลุ 3,500 ล้านสัญญาแล้ว ซึ่งเป็นคนละตัวเลขกับปริมาณ Event Contract รวมทั้งไตรมาส 2

แบบรายงาน 10-Q ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) อธิบายว่าการเติบโตของรายได้ Event Contract เป็นสัญญาณเร่งตัวของธุรกิจตลาดพยากรณ์ โดยเอกสารเดียวกันระบุว่ารายได้ Event Contract ในรอบ 3 เดือนเพิ่มขึ้น 146 ล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่าตลาดพยากรณ์ไม่ใช่แค่สินค้าทดลองอีกต่อไป แต่กลายเป็นรายการที่ส่งผลต่อผลประกอบการจริง

ตลาดพยากรณ์คือตลาดที่ซื้อขายสัญญาโดยอ้างอิงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ผู้ใช้จะซื้อขายสัญญาในรูปแบบ 'ใช่' หรือ 'ไม่ใช่' ต่อผลลัพธ์ที่กำหนด และราคาสัญญาจะสะท้อนความน่าจะเป็นที่ผู้เล่นในตลาดมองไว้ เหตุการณ์กีฬา ผลการเลือกตั้ง หรือตัวเลขเศรษฐกิจ ล้วนถูกนำมาทำเป็นสัญญาได้ทั้งสิ้น

โรบินฮู้ดขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ตลาดพยากรณ์มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2025 บริษัทเคยระบุว่าตลาดพยากรณ์เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดเมื่อวัดจากรายได้ พร้อมเปิดเผยตัวเลขขณะนั้นว่ามีสัญญาซื้อขายแล้ว 1.1 หมื่นล้านสัญญา และมีลูกค้ามากกว่า 1 ล้านราย ต่อมาเดือนมิถุนายน 2026 บริษัทนำสัญญาที่อ้างอิงฟุตบอลโลกขึ้นสู่ตลาดพยากรณ์ และเดินหน้าตลาดแลกเปลี่ยนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่าง Rothera ผ่านการร่วมทุนกับ SIG

ประเด็นที่น่าจับตาคือทิศทางที่โรบินฮู้ดกำลังลดการพึ่งพารายได้จากคริปโตลงเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้บริษัทเคยพูดถึงแผนขยายสินทรัพย์จริงอย่างหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ขึ้นบนบล็อกเชน (On-chain) เช่นกัน และในผลประกอบการรอบนี้ รายได้จากคริปโตลดลง 38% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จาก Event Contract กลับเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า

โครงสร้างรายได้ที่ทำให้มองโรบินฮู้ดเป็นเพียง 'บริษัทคริปโต' ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่ารายได้ตลาดพยากรณ์ไตรมาส 2 ของโรบินฮู้ดแซงหน้ารายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลไปแล้ว และตัวเลขล่าสุดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าตลาดพยากรณ์ไม่ได้แซงแค่คริปโต แต่แซงรายได้จากการซื้อขายหุ้นไปด้วย สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างรายได้จากการซื้อขายทั้งหมด

ฝั่งนักวิเคราะห์ยังมีความเห็นแตกออกเป็นสองทาง มอร์แกน สแตนลีย์ ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 1 กันยายน (เวลาท้องถิ่น) ปรับคำแนะนำหุ้นโรบินฮู้ดขึ้นเป็น 'Overweight' พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 150 ดอลลาร์ โดยมองว่าการกระจายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงตลาดพยากรณ์ ช่วยเพิ่มรายได้ต่อหัวลูกค้า

ขณะที่เบิร์นสไตน์ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ประเมินว่ารายได้จากตลาดพยากรณ์อาจเติบโตแตะระดับ 1,700 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ ไม่ใช่เป้าหมายที่บริษัทยืนยันเอง และควรแยกพิจารณาการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหลังประกาศผลประกอบการออกจากการปรับมุมมองของนักวิเคราะห์ในภายหลัง

ด้านความเสี่ยงเชิงกำกับดูแลยังคงมีอยู่ โรบินฮู้ดระบุในแบบรายงาน 10-Q ต่อ SEC ว่าธุรกิจ Event Contract มีความเสี่ยงจากการบังคับใช้กฎหมายระดับรัฐ คดีความทางแพ่ง และความเปลี่ยนแปลงนโยบายของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) บางรัฐยังตั้งข้อสังเกตว่าสัญญาที่อ้างอิงกีฬาอาจขัดกับกฎหมายว่าด้วยการพนัน

รัฐอิลลินอยส์เริ่มเก็บภาษีจากผู้ให้บริการตลาดพยากรณ์ตามขนาดสัญญา นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โรบินฮู้ดระบุว่าหากกฎหมายฉบับนี้ยังบังคับใช้ต่อไป ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในรัฐอิลลินอยส์อาจเพิ่มขึ้น กล่าวคือแม้การขยายตัวของตลาดพยากรณ์จะช่วยหนุนรายได้ แต่กฎเกณฑ์และระบบภาษีของแต่ละรัฐก็อาจเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนได้เช่นกัน

คำอธิบายที่ว่าสัญญาฟุตบอลโลกเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้ไตรมาส 2 เติบโตนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนจากเอกสารผลประกอบการเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ยืนยันได้แน่ชัดคือรายได้ตลาดพยากรณ์แซงหน้าทั้งการซื้อขายหุ้นและคริปโต และขยับขึ้นมาเป็นรายการรายได้จากการซื้อขายที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากออปชัน ส่วนสัดส่วนที่ Event Contract จะมีต่อผลประกอบการของโรบินฮู้ดในระยะต่อไปนั้น ยังขึ้นอยู่กับทั้งการตัดสินใจเชิงกำกับดูแลและปริมาณการซื้อขายจริงที่จะเกิดขึ้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1