Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

2,380 ล้านดอลลาร์ ยอดคงค้างซีแคช(ZEC) พุ่งหลังเปิดเทรด ETF และปิดชอร์ต

ยอดสัญญาคงค้าง (Open Interest) ของอนุพันธ์ซีแคช(ZEC) พุ่งแตะ 2,380 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ท่ามกลางการเปิดเทรดกองทุน ETF ในตลาดจริงที่เกิดขึ้นพร้อมกับการปิดสถานะขาย (short) จำนวนมาก สะท้อนว่าการจัดสรรเลเวอเรจใหม่ในตลาดอนุพันธ์อัลต์คอยน์กำลัง ‘กระจุกตัว’ อยู่ที่ซีแคชเป็นหลัก

จากหน้าจอเปิดเผยข้อมูลของ คอยน์กลาส (Coinglass) ราคาซีแคชอยู่ที่ 1,029.97 ดอลลาร์ ปริมาณเทรดในตลาดจริงรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 402.5 ล้านดอลลาร์ และปริมาณเทรดฟิวเจอร์สอยู่ที่ 3,810 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลสแนปช็อตวันก่อนหน้าเคยแสดงยอดสัญญาคงค้างของซีแคชขึ้นไปแตะ 2,440 ล้านดอลลาร์

โคอินเดสก์ (Coindesk) รายงานว่าซีแคชปรับขึ้นราว 20% เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) จนทะลุระดับ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมมีสถานะขายมูลค่า 34.5 ล้านดอลลาร์ถูกบังคับปิด (liquidation) ในรายงานเดียวกันระบุว่ายอดสัญญาคงค้างฟิวเจอร์สของซีแคชอยู่ที่ราว 2.3 ล้าน ZEC หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,300 ล้านดอลลาร์

ปัจจัยเร่งอีกด้านที่มาพร้อมกับซีแคชคือผลิตภัณฑ์ในระบบการเงินกระแสหลัก เกรย์สเกล ระบุในเอกสารแบบฟอร์ม 8-K ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ว่ากองทรัสต์ซีแคชของบริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘The Zcash ETF’ ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม พร้อมระบุสัญลักษณ์การซื้อขาย (ticker) บนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก อาร์คา (NYSE Arca) ว่า ZCSH

เอกสารฉบับดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะเริ่มเทรดราววันที่ 25 สิงหาคม จากนั้นโคอินเดสก์รายงานว่ากองทุน ETF นี้เริ่มเทรดจริงในช่วงปลายเดือนสิงหาคม TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่ายอดสัญญาคงค้างฟิวเจอร์สของซีแคชเคยแตะ 1,910 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีกำหนดการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ซีแคชของเกรย์สเกลบนตลาด Arca

ยอดสัญญาคงค้างคือปริมาณสถานะฟิวเจอร์สและสัญญาไร้กำหนดอายุ (perpetual) ทั้งหมดที่ยังไม่ถูกปิดหรือชำระบัญชี ต่างจากปริมาณเทรดที่สะท้อนกิจกรรมซื้อขายจริงในช่วงเวลาหนึ่ง ยอดสัญญาคงค้างจะแสดง ‘ขนาดสถานะ’ ที่ยังคงค้างอยู่ในตลาด

ดังนั้นยอดสัญญาคงค้างที่เพิ่มขึ้นจึงไม่อาจสรุปได้ทันทีว่าเป็นสัญญาณราคาขาขึ้น การจะบอกว่าฝั่ง Long หรือ Short มีน้ำหนักมากกว่ากันต้องพิจารณาอัตราเงินทุน (funding rate) ขนาดการบังคับปิดสถานะ และปริมาณเทรดในตลาดจริงประกอบกัน รายงานก่อนหน้านี้ก็เคยชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของยอดสัญญาคงค้างเป็นเพียงดัชนีบอกระดับการมีส่วนร่วมของตลาด ไม่ใช่ดัชนีบอกทิศทางราคา

อัลต์คอยน์ตัวอื่นก็มีการมีส่วนร่วมในตลาดอนุพันธ์ไม่น้อยเช่นกัน จากหน้าจอของคอยน์กลาส ยอดสัญญาคงค้างของ โซลานา(SOL) อยู่ที่ 6,690 ล้านดอลลาร์ ริปเปิล(XRP) อยู่ที่ 3,100 ล้านดอลลาร์ ไบแนนซ์คอยน์(BNB) อยู่ที่ 1,340 ล้านดอลลาร์ และ อาร์บิทรัม(ARB) อยู่ที่ 305.66 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่อาจสรุปรวมเป็นภาพขาขึ้นของอัลต์คอยน์ทั้งกลุ่ม เพราะซีแคชมีเหตุการณ์ชัดเจนอย่างการเปิดเทรด ETF และการปิดสถานะขายรองรับ ขณะที่โซลานาและไบแนนซ์คอยน์ยังไม่มีปัจจัยเดี่ยวลักษณะเดียวกันมารองรับคำอธิบายมากนัก

อาร์บิทรัมมีที่มาต่างจากซีแคช โรบินฮู้ด(HOOD) เปิดตัวเมนเน็ตสาธารณะ ‘Robinhood Chain’ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม โดยระบุว่าเชนนี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มอาร์บิทรัม และรองรับทั้งผลิตภัณฑ์ที่อิงสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) และฟีเจอร์ด้าน DeFi

มูลนิธิอาร์บิทรัมระบุในรายงานอัปเดตครึ่งปีแรก (H1) เมื่อวันที่ 2 กันยายนว่า โรบินฮู้ด, แอลจี(LG), มาสเตอร์การ์ด(Mastercard) และ เพย์พาล(PayPal) กำลังพัฒนาหรือขยายการใช้งานบนอาร์บิทรัม เรื่องราวนี้ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความสนใจต่ออาร์บิทรัม แต่ยังไม่อาจชี้ชัดว่าเป็นสาเหตุเดียวที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงราคาและยอดสัญญาคงค้างของอาร์บิทรัมได้โดยตรง

สำหรับริปเปิลต้องแยกพิจารณาระหว่างการขยายเลเวอเรจกับการโยกย้ายเงินทุนระหว่างตลาดเทรด โคอินเดสก์รายงานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมว่าอัตราส่วนเลเวอเรจโดยประมาณของริปเปิลบนไบแนนซ์ (Binance) อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม

คอยน์รีพอร์ตเตอร์ (CoinReporter) รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า ตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก (CME) กลายเป็นแหล่งเทรดที่มียอดสัญญาคงค้างฟิวเจอร์สริปเปิลมากที่สุด แม้จะเป็นอนุพันธ์ริปเปิลเหมือนกัน แต่การตีความอาจต่างกันไปตามตลาดที่เงินทุนไหลเข้า

ปฏิกิริยาจากชุมชนนักลงทุนก็แตกต่างกันไปตามแต่ละเหรียญ จากหน้าจอของ สต็อกทวิตส์ (Stocktwits) ซีแคชและอาร์บิทรัมติดอันดับต้น ๆ โดยซีแคชถูกพูดถึงในประเด็น ETF และยอดสัญญาคงค้าง ส่วนอาร์บิทรัมถูกพูดถึงในประเด็น Robinhood Chain และการแปลงสินทรัพย์โลกจริงให้เป็นโทเคน

ภาพรวมครั้งนี้จึงไม่ใช่ผลจากอัลต์คอยน์ทั้งตลาดเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกัน แต่ใกล้เคียงกับการที่ปัจจัยเฉพาะตัวและสถานะเลเวอเรจของแต่ละเหรียญมาบรรจบกันมากกว่า ซีแคชมีทั้งการเปิดเทรด ETF และการปิดสถานะขายเกิดขึ้นพร้อมกัน อาร์บิทรัมมีเรื่องราวของ Robinhood Chain และสินทรัพย์โลกจริงเป็นแรงหนุน ขณะที่โซลานา ริปเปิล และไบแนนซ์คอยน์มีขนาดการมีส่วนร่วมในตลาดอนุพันธ์สูง แต่ยังมีเหตุผลจำกัดที่จะผูกรวมเป็นเหตุการณ์เดียวกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1