ตลาดอนุพันธ์คริปโตเผชิญการบังคับปิดสถานะ (liquidation) มูลค่ารวมราว 212 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยกว่า 73% ของมูลค่าดังกล่าวมาจากฝั่ง Short
ข้อมูลจาก Coinglass ณ เวลา 21:42 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ วันที่ 6 ระบุว่า จำนวนนักลงทุนที่ถูกบังคับปิดสถานะในรอบ 24 ชั่วโมงมีทั้งสิ้น 75,989 ราย โดยฝั่ง Long ถูกปิดสถานะไปราว 55.05 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Short ถูกปิดสถานะไปมากถึงราว 156 ล้านดอลลาร์
การบังคับปิดสถานะเกิดขึ้นเมื่อเงินหลักประกันในการเทรดแบบมีเลเวอเรจ เช่น สัญญาฟิวเจอร์สหรือสัญญาไร้กำหนดอายุ ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตลาดแลกเปลี่ยนกำหนดไว้ ทำให้ตลาดต้องบังคับปิดสถานะดังกล่าว โดยทั่วไปฝั่ง Long จะถูกปิดสถานะเมื่อราคาปรับตัวลง ส่วนฝั่ง Short จะถูกปิดสถานะเมื่อราคาปรับตัวขึ้น ในรอบนี้มูลค่าการปิดสถานะฝั่ง Short สูงกว่าฝั่ง Long ประมาณ 2.8 เท่า
เฉพาะช่วง 1 ชั่วโมงล่าสุด มูลค่าการบังคับปิดสถานะอยู่ที่ราว 3.63 ล้านดอลลาร์ โดยเหรียญที่มีมูลค่าการปิดสถานะสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE), RAYSOL และ ซีแคช(ZEC)
ตัวเลขการบังคับปิดสถานะสะท้อนขนาดของการเคลียร์สถานะเลเวอเรจ แต่ไม่ใช่หลักฐานที่ชี้ทิศทางราคาในอนาคตได้อย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าการอ้างอิงข้อมูลการบังคับปิดสถานะจาก Coinglass เพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปภาวะอุปสงค์อุปทานในตลาดสปอตหรือทิศทางราคาที่จะเกิดขึ้นต่อไป การจะประเมินความเคลื่อนไหวของเลเวอเรจในตลาดให้รอบด้านยิ่งขึ้น จำเป็นต้องพิจารณาปริมาณการซื้อขาย ยอดสัญญาคงค้าง (open interest) และอัตราฟันดิงในช่วงเวลาเดียวกันประกอบกันด้วย
ความคิดเห็น 0