Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ทรัมป์ลงนามคำสั่งพิเศษหนุนขายเนื้อวัวตรง เอาใจปศุสัตว์สหรัฐฯ หลังเปิดโควตานำเข้าเพิ่ม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) ลงนามคำสั่งพิเศษขยายช่องทางให้เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์สหรัฐฯ ขายเนื้อวัวได้โดยตรง พร้อมสนับสนุนโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ในท้องถิ่น หลังก่อนหน้านี้ขยายโควตานำเข้าเนื้อวัวเพื่อลดราคาผู้บริโภคจนเกิดกระแสคัดค้านจากเจ้าของฟาร์มในประเทศ รัฐบาลจึงออกมาตรการเยียวยาผู้ผลิตในประเทศตามมาทันที

ทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันที่ 4 กันยายน(เวลาท้องถิ่น) ว่าได้ออกคำสั่งพิเศษสองฉบับ ได้แก่ ‘สนับสนุนเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์สหรัฐฯ’ และ ‘ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดปศุสัตว์และขยายการเข้าถึงตลาดของผู้ผลิตเนื้อสัตว์อเมริกัน’ คำสั่งดังกล่าวลดอุปสรรคที่ทำให้เจ้าของฟาร์มสามารถฆ่า ชำแหละ และบรรจุเนื้อสัตว์เพื่อขายตรงถึงผู้บริโภคข้ามรัฐได้ พร้อมจัดตั้งโครงการค้ำประกันสินเชื่อสำหรับโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ขนาดเล็กและในท้องถิ่น

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ลงนามประกาศเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ขยายโควตานำเข้าเนื้อวัวส่วนเนื้อแดงที่ใช้ผลิตเนื้อวัวบดเป็นการชั่วคราว ทำเนียบขาวระบุว่ามาตรการนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นเวลา 90 วัน โดยจำกัดโควตาไว้ที่เดือนละ 100,000 ตัน รวมทั้งหมดไม่เกิน 300,000 ตัน

TokenPost เคยรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับแผนลดภาษีนำเข้าเนื้อวัวบดชั่วคราวและข้อถกเถียงเรื่องผลต่อราคาเบอร์เกอร์ ซึ่งขณะนั้นวงการปศุสัตว์สหรัฐฯ ออกมาคัดค้านว่าการขยายโควตานำเข้าอาจกดราคาผู้ผลิตในประเทศ

สำนักข่าว NPR รายงานว่าเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์แสดงความไม่พอใจต่อนโยบายขยายโควตานำเข้ามาโดยตลอด และมองว่าคำสั่งพิเศษฉบับใหม่มีลักษณะเป็นการเยียวยาความรู้สึกดังกล่าว คูเปอร์ ลิตเทิล(Cooper Little) กรรมการบริหารสมาคมผู้เลี้ยงปศุสัตว์อิสระเท็กซัส(Texas Independent Ranchers Association) ให้สัมภาษณ์กับ NPR ว่า “ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับการตัดสินใจของประธานาธิบดี” พร้อมระบุว่าไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายที่ว่าการขยายโควตานำเข้าจะช่วยลดราคาเนื้อวัวปลีกลงได้จริง สะท้อนความเห็นต่างระหว่างเจ้าของฟาร์มกับแนวทางของรัฐบาล

ทำเนียบขาวชี้แจงว่าจำนวนโคเนื้อของสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 75 ปี ขณะที่ความต้องการบริโภคเนื้อวัวของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนโครงสร้างที่ฐานการผลิตอ่อนแอลงแต่การบริโภคกลับเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องรับแรงกดดันทั้งด้านการรักษาเสถียรภาพราคาและการปกป้องผู้ผลิตในประเทศไปพร้อมกัน

คำสั่งพิเศษยังกำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการตรวจสอบร่วมระหว่างรัฐและรัฐบาลกลาง รวมถึงอุปสรรคในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบระดับรัฐข้ามเขตแดนรัฐ ภายใน 60 วัน พร้อมสั่งให้เร่งตรวจสอบกรณีที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย Packers and Stockyards Act และปรับปรุงระบบตรวจสอบเนื้อสัตว์ให้ทันสมัยขึ้น

กฎหมาย Packers and Stockyards Act เป็นกฎหมายที่ควบคุมพฤติกรรมไม่เป็นธรรม หลอกลวง หรือผูกขาดในตลาดปศุสัตว์ของสหรัฐฯ ท่ามกลางโครงสร้างตลาดที่การแปรรูปและกระจายเนื้อสัตว์กระจุกตัวอยู่ในมือบริษัทรายใหญ่ ประเด็นช่องทางขายและอำนาจต่อรองราคาของผู้ผลิตรายย่อยจึงเป็นที่ถกเถียงมาโดยตลอด

มาตรการครั้งนี้สะท้อนทิศทางนโยบายการค้าและราคาสินค้าเกษตรปศุสัตว์ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อตลาดโลกด้วยเช่นกัน ทรัมป์ระบุว่าต้องการลดภาระราคาผู้บริโภคด้วยการขยายโควตานำเข้า แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ออกคำสั่งพิเศษสนับสนุนเจ้าของฟาร์มในประเทศตามมาทันที

ในขั้นนี้ คำสั่งพิเศษยังอยู่ในระดับที่กำหนดให้กระทรวงเกษตรจัดทำรายงานและดำเนินมาตรการต่อเนื่อง ส่วนเจ้าของฟาร์มจะสามารถขยายการขายเนื้อวัวตรงถึงผู้บริโภคข้ามรัฐได้มากน้อยเพียงใดนั้น ต้องรอดูรายงานและการบังคับใช้จริงจากกระทรวงเกษตรภายใน 60 วันข้างหน้า

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1