ศาลสหรัฐฯ มีคำสั่ง *ยกเลิกการอายัดทรัพย์สินดิจิทัลมูลค่า 57.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* ซึ่งรวมเป็นมูลค่าราว 800 พันล้านวอนในรูปแบบของยูเอสดีซี(USDC) ที่เคยถูกระงับไว้จากกรณีอื้อฉาวของโทเคนลิบรา(Libra) ตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยการปลดล็อกเงินดังกล่าว ทำให้ *เฮย์เดิน เดวิส* ผู้โปรโมตเหรียญมีม และ *เบน เชา* อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ ‘เมทีโอรา(Meteora)’ สามารถเข้าถึงเงินจำนวนนี้ได้อีกครั้ง
กรณีนี้เริ่มต้นจากข้อกล่าวหาเรื่อง *การฉ้อโกงเกี่ยวกับโครงการลิบรา ซึ่งเป็นเหรียญมีม* โดยศาลได้สั่งอายัดทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทบล็อกเชน ‘เคไอพี โปรโตคอล’(KIP Protocol) และผู้ร่วมก่อตั้ง *จูเลียน เพห์* ทั้งหมดถือเป็นส่วนหนึ่งของ *คดีฟ้องร้องแบบกลุ่มที่ถูกยื่นในเดือนพฤษภาคม* ตามคำสั่งของผู้พิพากษา *เจนนิเฟอร์ แอล. โรชอน(Jennifer L. Rochon)*
สำหรับเหตุผลในการยกเลิกคำสั่งอายัด ผู้พิพากษาระบุว่า “ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยสูญเสียโอกาสฟื้นตัวจากความเสียหายที่ไม่สามารถเยียวยาได้” โดยให้เหตุผลเสริมว่า *เงินที่จะคืนให้กับผู้เสียหายยังคงปลอดภัย และจำเลยไม่ได้เคลื่อนไหวหรือนำเงินที่ถูกอายัดไปใช้แต่อย่างใด* ศาลจึงเห็นว่าไม่มีภัยคุกคามเร่งด่วนต่อทรัพย์สิน และตัดสินใจปลดล็อกเงินดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม เดวิสได้ยื่นคำร้องเพื่อ *ขอให้ศาลยกฟ้องคดี* แต่คำร้องนั้นถูกปฏิเสธเนื่องจาก "ไม่มีสาระสำคัญ" อย่างไรก็ตาม ศาลยังตั้งข้อสังเกตว่า คดีฟ้องร้องกลุ่มนี้มี "โอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างต่ำ" ความเห็นดังกล่าวอาจสะท้อนถึงน้ำหนักของพยานหลักฐานในฝั่งโจทก์
กรณีนี้กลายเป็น *ตัวอย่างสำคัญของประเด็นฉ้อโกงในวงการมีมคอยน์ในสหรัฐฯ* โดยเฉพาะในแง่ของการชี้วัดขอบเขตระหว่างการคุ้มครองผู้เสียหายกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา นับเป็นอีกหนึ่งคดีที่วงการคริปโตทั่วโลกจับตาในแง่ของบทบาทของศาลในยุคสินทรัพย์ดิจิทัลเฟื่องฟู
ความคิดเห็น 0