โทเค็นของริปเปิล(XRP) กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังราคาพุ่งขึ้นกว่า 10% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทะลุแนวต้านระดับ ‘2 ดอลลาร์’ ไปได้อย่างชัดเจน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ XRP ก้าวขึ้นแซงไบแนนซ์คอยน์(BNB) ในด้านมูลค่าตลาด กลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่มีการฟื้นตัวแข็งแกร่งที่สุดในตลาด
เมื่อวันที่ 4 XRP ขยับขึ้นอีก 5% แตะระดับ 2.07 ดอลลาร์ (ราว 2,998 บาท) สวนกระแสตลาดที่แม้จะดูสดใสโดยรวม แต่ XRP โดดเด่นกว่าเนื่องจากปัจจัยเฉพาะตัว โดยเฉพาะ ‘ETF แบบสินทรัพย์จริง (Spot ETF)’ ที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความต้องการซื้อในตลาด ความเห็นจากนักวิเคราะห์ระบุว่า ‘แรงซื้อจาก ETF’ คือพลังขับเคลื่อนหลักในการหนุนราคาในระยะนี้
จากรายงานของ SoSoValue บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล ระบุว่า XRP Spot ETF ที่เริ่มเปิดซื้อขายกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังคงดูดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่มีเงินไหลเข้ากว่า 13.6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 196 ล้านบาท) ส่งผลให้ยอดรวมการไหลเข้าทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.7 หมื่นล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากหากเทียบกับ ETF สินทรัพย์ดิจิทัลตัวอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน
ETF ถือเป็นช่องทางใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงราคาของ XRP ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋าคริปโตเพื่อซื้อขายด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าการไหลเข้าของเงินทุนในลักษณะนี้ ย่อมส่งเสริมให้ราคามีแรงผลักดันเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ราคาของ XRP จะทำสถิติสูงระยะสั้นใหม่ แต่จากมุมมองทางเทคนิค การปรับขึ้นครั้งนี้อาจยังเผชิญแรงขายที่รออยู่ข้างหน้า นักวิเคราะห์เตือนว่ามี ‘แนวต้านระยะสั้น’ หลายระดับที่อาจขวางทางการขึ้นต่อ โดยแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 2.10 ดอลลาร์, 2.17 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,137 บาท) และ 2.25 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,253 บาท) ทั้งหมดนี้ถูกมองว่าเป็นระดับที่มีคำสั่ง ‘ขายออก’ จำนวนมากรออยู่ หรือที่เรียกกันว่า ‘กำแพงขาย (Sell Wall)’ ซึ่งอาจฉุดให้ราคาติดอยู่ในระดับปัจจุบันได้
การทะลุจุดต้านเหล่านี้จึงกลายเป็น ‘จุดชี้ขาด’ ว่ากระแสขาขึ้นจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หากไม่สามารถทะลุแนวนี้และดูดซับคำสั่งขายเดิมได้ ก็อาจเห็นการปรับฐานระยะสั้นตามมา
ในมุมวิเคราะห์เทคนิค CRYPTOWZRD กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) แท่งราคาในกราฟรายวันของ XRP ปิดตัวด้วยลักษณะ ‘ไม่ชัดเจน’ หรือไม่มีทิศทางแน่ชัด ซึ่งอาจหมายถึงการขาดแรงส่งในการบ่งชี้แนวโน้มที่มั่นคง ความเห็นของเขาระบุว่า หากราคาของ XRP ไม่สามารถรักษาทิศทางขาขึ้นไว้ได้ แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1.97 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,849 บาท)
ตำแหน่งนี้เป็นระดับที่สำคัญ เพราะหากหลุดจากจุดดังกล่าว XRP อาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง และหวนกลับเข้าสู่ภาวะขาลงอีกครั้ง
สรุปแล้ว แม้ภาพรวมของ XRP ในตอนนี้จะมีแรงหนุนจาก ‘กระแส ETF’ แต่นักลงทุนยังคงต้องระวัง ‘แนวต้านทางเทคนิค’ และติดตามพฤติกรรมของ ‘แรงซื้อใหม่’ อย่างใกล้ชิด คำแนะนำคือ ควรจับตาดูบริเวณแนวต้านช่วง 2.17–2.25 ดอลลาร์ให้ดี พร้อมเตรียมแผนจัดการความเสี่ยงหากราคาย่อต่ำกว่า 1.97 ดอลลาร์
*ความคิดเห็น: หาก ETF ของ XRP ยังคงแข็งแรงและได้รับความสนใจเช่นนี้ การยืนเหนือระดับ 2 ดอลลาร์อาจกลายเป็นฐานแนวรับใหม่ที่มั่นคงในระยะถัดไป*
ความคิดเห็น 0