ตลาดคริปโตเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้งในปี 2026 โดยคลื่นความสนใจจากนักลงทุนเริ่มกระจายไปยัง ‘อัลท์คอยน์’ ที่มีศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น ริปเปิล(XRP), ดอจคอยน์(DOGE) หรือเพเป้(PEPE) โดยได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการผลักดันกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลสหรัฐอย่างจริงจัง รวมถึงการลดลงของอิทธิพลจากบิตคอยน์(BTC) ที่สะท้อนถึงการไหลเวียนของเงินทุนสู่สกุลเงินทางเลือกมากขึ้น
แม้บิตคอยน์จะเคลื่อนไหวในกรอบราคาราว 94,000 ดอลลาร์(ประมาณ 1,362.5 ล้านบาท) แต่สัดส่วนความครอบครองตลาดได้ลดลงอย่างต่อเนื่องนับจากกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งในอดีตเคยเป็นสัญญาณของการเริ่มรอบขาขึ้นในกลุ่มอัลท์คอยน์
‘ริปเปิล’ และโครงการอย่าง XRP ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความสนใจจากสถาบันอย่างต่อเนื่อง จากข้อดีด้าน ‘ความเร็วในการโอนเงิน’ และ ‘ค่าธรรมเนียมต่ำ’ โดยโครงข่าย XRP เลเชอร์(XRPL) ถูกเสนอให้เป็นทางเลือกแทนระบบ SWIFT แบบดั้งเดิม ทั้งยังถูกกล่าวถึงในรายงานจากสหประชาชาติและรายงานของทำเนียบขาว
การที่ริปเปิลขยายความร่วมมือกับบริษัทฟินเทคมากขึ้น มีส่วนทำให้ XRP ก้าวขึ้นมาเป็นคริปโตอันดับ 3 ของตลาด (ไม่นับรวมสเตเบิลคอยน์) ด้วยมูลค่าราว 143,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 20.7 ล้านล้านบาท) โดยราคาพุ่งขึ้นถึง 27% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่กองทุน ETF ที่อ้างอิงกับ XRP จำนวน 5 รายได้รับไฟเขียวในสหรัฐ ซึ่ง ‘ความคิดเห็น’ ชี้ว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเงินทุนสถาบันที่จะไหลเข้าสู่สินทรัพย์นี้มากขึ้น
นอกจากนี้ตลาดประเมินว่า หากมีความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบในไตรมาสแรกปีนี้ ราคาของ XRP อาจขึ้นไปแตะระดับ 10 ดอลลาร์(ประมาณ 449 บาท)
ด้านดอจคอยน์ สินทรัพย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2013 ด้วยแนวคิดขำขัน กลับกลายเป็น ‘ดาวรุ่ง’ แห่งวงการคริปโตด้วยความนิยมจากชุมชนออนไลน์ ‘Doge Army’ และพลังจากชื่อเสียงของอีลอน มัสก์(Elon Musk) โดยในปัจจุบัน ดอจคอยน์มีมูลค่าตลาดประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.6 ล้านล้านบาท) และได้รับการยอมรับให้ใช้ชำระค่าสินค้าบางรายการกับเทสลา(TSLA) รวมถึงรองรับการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มดังอย่างเพย์พาลและเรโวลูต
ราคาของ DOGE แม้จะปรับฐานอยู่ที่ 0.15 ดอลลาร์(ประมาณ 5 บาท) ซึ่งยังห่างจากจุดสูงสุดในปี 2021 ที่ 0.7316 ดอลลาร์(ประมาณ 24 บาท) แต่แนวโน้มหลายฝ่ายชี้ว่า หาก ‘โครงการคริปโต’ ของรัฐบาลทรัมป์เดินหน้าตามแผนในเดือนนี้ เป้าหมาย ‘ดอจคอยน์แตะ 1 ดอลลาร์’ อาจเกิดขึ้นจริงภายในฤดูใบไม้ผลินี้
ขณะที่เพเป้(PEPE) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2023 สามารถสร้างปรากฏการณ์ได้อย่างรวดเร็วในโลกของ ‘มีมคอยน์’ ด้วยแรงสนับสนุนจากแฟนคลับการ์ตูน ‘Pepe the Frog’ และการมีส่วนพาดพิงจากโพสต์ของอีลอน มัสก์ บนโซเชียลมีเดีย X
ด้วยมูลค่าตลาดใกล้ 3,000 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 434.7 พันล้านบาท) เพเป้สามารถแทรกตัวขึ้นเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มมีมคอยน์ รองจากดอจคอยน์และชิบะอินุ(SHIB) โดยในช่วงสัปดาห์ล่าสุด ราคาพุ่งขึ้นกว่า 69% แม้จะยังห่างจากระดับสูงสุดเดิมถึง 75% แต่การไฟเขียวจากชุมชนยังแสดงถึงศักยภาพด้าน ‘โมเมนตัมทางจิตวิทยา’ อย่างเด่นชัด
แม้ตัวชี้วัด RSI จะอยู่ในระดับ 76 บ่งชี้ว่าราคามีโอกาสพักฐาน แต่อัตราการฟื้นตัวและการยืนเหนือแนวรับหลักของ PEPE ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่า หากบรรยากาศตลาดคริปโตกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นในเร็ววันนี้ PEPE อาจท้าทายจุดสูงสุดเดิมได้ภายในไตรมาสนี้
อีกหนึ่งโครงการน้องใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจคือ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์(HYPER)’ ซึ่งโตบนแนวคิดเลเยอร์ 2 สำหรับบิตคอยน์ โดยแม้ภายนอกจะดูเหมือนมีมคอยน์ แต่แท้จริงแล้ว HYPER พร้อมด้วยฟีเจอร์ด้านความเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ และรองรับสมาร์ตคอนแทรกต์ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานชิ้นสำคัญที่อาจผลักดันบิตคอยน์ไปสู่การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น
โปรเจกต์นี้พัฒนาขึ้นบนโซลานา เวอร์ชวลแมชชีน (SVM) และใช้ ‘Canonical Bridge’ เพื่อจัดการการเชื่อมต่อข้ามบล็อกเชนได้อย่างราบรื่น โดยสามารถระดมทุนได้แล้วมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ (ราว 435 ล้านบาท) ผ่านรอบพรีเซล พร้อมผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจาก Coinsult
HYPER จะถูกนำไปใช้ในการชำระค่าธรรมเนียม, สเตกกิ้ง และโหวตในระบบการกำกับดูแล อีกทั้งเสนอผลตอบแทนประจำปี(APY) สูงถึง 39% โดยมีแผนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2026 ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบนิเวศบิตคอยน์
‘ความคิดเห็น’ จากวงการชี้ว่า ตลาดเริ่มปักธงความหวังไว้ที่ปี 2026 ว่าจะเป็นปีทองของคริปโต โดยมี 4 ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตามอง ได้แก่ การคลี่คลายข้อพิพาทด้านกฎหมายของ XRP, การผลักดัน DOGE ในโลกแห่งการชำระเงินจริง, ศักยภาพของชุมชนหลัง PEPE และ นโยบายสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลจากฝ่ายบริหารของทรัมป์ ซึ่งอาจกลายเป็น ‘ตัวเร่ง’ รอบใหม่ของตลาดคริปโตในระยะสั้น
ความคิดเห็น 0