เอเวอร์นอธ เดินหน้าร่วมมือ ดอปเปลอร์ ไฟแนนซ์ สร้างโมเดลสภาพคล่องสำหรับสถาบันบน XRP เลเจอร์
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) มีรายงานว่า เอเวอร์นอธ(Evernorth) ผู้ดำเนินธุรกิจดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ ‘ทราเชอรี่เฉพาะทาง’ สำหรับระบบนิเวศของริปเปิล(XRP) ได้ประกาศร่วมมือกับ ดอปเปลอร์ ไฟแนนซ์(Doppler Finance) เพื่อทดลองโมเดลการใช้สภาพคล่องแบบโครงสร้างสำหรับนักลงทุนสถาบันบนเลเยอร์ของ XRP การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามขยายโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินสำหรับสถาบันไปสู่โลก ‘ออนเชน’ โดยเฉพาะในมิติของการใช้ทุน XRP ขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ
เอเวอร์นอธ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งบริษัทริปเปิลและกลุ่มเอสบีไอในญี่ปุ่น ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเน้นการพัฒนา ‘กรอบการดำเนินงานด้านสภาพคล่องสำหรับสถาบัน’ ที่อิงเทคโนโลยีบล็อกเชน ครอบคลุมทั้งการบริหารกองทุนสำรอง การจัดโครงสร้างลงทุน และการสร้างฐานข้อมูลทางเทคนิคเพื่อให้สามารถบริหารสินทรัพย์บนบล็อกเชนได้อย่างมี ‘ความชัดเจน โครงสร้าง และประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ’
“เรากำลังทดสอบกลไกการวางทุน XRP ขนาดใหญ่แบบโครงสร้างบนระบบออนเชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโมเดลการบริหารทราเชอรี่ที่เหมาะสมกับการใช้สภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ทั้งสองฝ่ายระบุผ่านแถลงการณ์ พร้อมเสริมว่า ‘สถาปัตยกรรมระดับสถาบัน’ ของดอปเปลอร์จะเป็นกุญแจสู่การสร้างทั้งความน่าเชื่อถือในเชิงเทคนิคและกรอบการบริหารความเสี่ยง
อาชีช เบอร์ลา(Asheesh Birla) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอเวอร์นอธ กล่าวว่าทางสถาบันให้ความสำคัญกับความ ‘ชัดเจน ใช้งานได้จริง และมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ’ และย้ำว่า “เรากำลังร่วมกับดอปเปลอร์สร้างมาตรฐานใหม่ ที่แสดงให้เห็นว่า XRP สามารถขยายบทบาทในตลาดโลกได้อย่างไร”
ด้านผู้บริหารฝ่ายสถาบันของดอปเปลอร์ โรซ์(Rox) เปิดเผยว่า การร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือด้านเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสู่การพัฒนา XRP ให้กลายเป็น ‘สินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้และบันทึกในงบการเงินของนักลงทุนสถาบัน’ โดยเฉพาะการนำโครงสร้างพื้นฐานที่ครบถ้วนและระบบจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่งเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่ม ‘ศักยภาพในการขยายตัวของ XRP ในฐานะสินทรัพย์สร้างรายได้ที่มีขนาดใหญ่’
นอกจากนี้ เอเวอร์นอธและดอปเปลอร์ยังวางแผนดำเนินงานด้านสื่อสารการตลาดร่วมกัน ทั้งในรูปแบบเนื้อหาร่วม, งานสัมมนา และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินบน XRP เลเจอร์ และผลักดันความต้องการในระบบนิเวศของ XRP ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ต่างจากแนวทางของกองทุนรวมดัชนีแบบ ETF ทั่วไป เอเวอร์นอธเลือกใช้กลยุทธ์ ‘แบบเน้นเฉพาะทรัพย์สิน XRP’ โดยระบุว่าจะไม่เพียงแค่ติดตามดัชนี แต่จะใช้ทั้งยุทธศาสตร์การลงทุน ดีไฟ (DeFi) และการเข้าถึงนักลงทุนสถาบัน เพื่อเพิ่มปริมาณ XRP ที่ถือครองรวมทั้งสร้าง ‘มูลค่าต่อหุ้นในรูปของ XRP’ ให้สูงขึ้นในอนาคต
ขณะเดียวกัน เอเวอร์นอธได้บรรลุข้อตกลงการควบรวมกิจการครั้งล่าสุด โดยมีแผนจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นบริษัททราเชอรี่ดิจิทัลที่สามารถซื้อขายได้ภายใต้ข้อกำกับ ซึ่งสามารถเสนอการลงทุนที่มี ‘สภาพคล่องสูงและโปร่งใส’ ให้แก่นักลงทุน
ณ เวลารายงาน ริปเปิล(XRP) ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2.11 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ราว 3,079 บาท) ซึ่งอยู่ใกล้ระดับแนวต้านสำคัญทางเทคนิคบริเวณ Fibonacci 0.382 ตามกราฟรายสัปดาห์
*ความคิดเห็น*: ความร่วมมือระหว่างเอเวอร์นอธกับดอปเปลอร์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพอนาคตของการร่วมมือระหว่างภาคบล็อกเชนกับสถาบันการเงิน ยังแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ของ XRP ในฐานะสินทรัพย์ที่ ‘สร้างรายได้และสามารถขยายในระดับโลก’ ได้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0