นักวิเคราะห์เชื่อ ‘ตอนนี้คือช่วงของอีเธอเรียม’ หลังราคา-กิจกรรมเครือข่ายพุ่งแรง
อีเธอเรียม(ETH) กลับมาเป็นศูนย์กลางของตลาดอีกครั้งหลังจากแตะจุดต่ำสุดในเดือนเมษายน โดยนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง มิคาเอล ฟาน เดอ โพเป(Michaël van de Poppe) ชี้ว่าราคาอีเธอเรียมในปัจจุบันมีลักษณะคล้ายกับช่วงปี 2019 และขณะนี้อาจเข้าสู่ ‘ตลาดอีเธอเรียม’ อย่างเต็มตัว
หนึ่งในปัจจัยที่ตอกย้ำแนวโน้มเชิงบวกคือการเติบโตของ ‘สเตเบิลคอยน์’ บนเครือข่ายอีเธอเรียม ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 65% ตั้งแต่ต้นปี 2025 เทียบกับปี 2021 ที่เคยเป็นจุดสูงสุด โดย โพเป มองว่านี่เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งของการฟื้นตัวด้านพื้นฐาน นอกจากนี้ การพัฒนาโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์จริง(tokenized real-world assets) และกิจกรรมของนักพัฒนายังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากข้อมูลของ DeFiLlama มูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ในเครือข่ายอีเธอเรียมอยู่ที่ประมาณ 1.63 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 2,391 ล้านล้านวอน โดยมี *เทเธอร์(USDt)* ครองส่วนแบ่งสูงสุดถึง 52% อีกทั้งในช่วงไตรมาส 4 ปี 2024 เครือข่ายอีเธอเรียมยังสามารถประมวลผลธุรกรรมการโอนสเตเบิลคอยน์ได้มากถึง 8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.1679 เควินล้านวอน
อย่างไรก็ตาม แม้อีเธอเรียมจะมีการเติบโตที่ชัดเจน แต่บรรยากาศในตลาดยังค่อนข้างระมัดระวัง ล่าสุด ETH เคยทะลุแนวต้าน 3,300 ดอลลาร์ แต่กลับลดลงมาเคลื่อนไหวแถว 3,100 ดอลลาร์ ส่งผลให้บางคนเริ่มมองว่า "ETH จบแล้ว" แต่ โพเป กลับมองว่าภาวะเช่นนี้สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของขาขึ้นมากกว่าจะเป็นจุดจบ
การฟื้นตัวของสัดส่วน ETH-BTC ชี้อีเธอเรียมยังแข็งแกร่ง
โพเป ยังเน้นไปที่การฟื้นตัวของสัดส่วนระหว่างอีเธอเรียมและบิตคอยน์ โดย ETH/BTC ฟื้นจากจุดต่ำที่ 0.017 ในเดือนเมษายน 2025 ขึ้นมาแตะระดับ 0.043 ในเดือนสิงหาคม ก่อนจะปรับตัวลงมาที่ประมาณ 0.034 หลัง correction ในเดือนตุลาคม แนวโน้มนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน *แซนติเมนต์(Santiment)* ระบุว่าความรู้สึกของนักลงทุนในปัจจุบันคล้ายกับช่วงก่อนการพุ่งขึ้นของราคาในอดีต โดยหลายคนเริ่มหมดหวังในขณะที่ตลาดกำลังซุ่มสลัดตัวเองขึ้นอีกระลอก
*ความคิดเห็น*: แม้ราคาจะไร้เสถียรภาพในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานของอีเธอเรียมที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะการใช้งานของเครือข่าย ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ยากจะมองข้าม สถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวชั่วคราว แต่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนทิศทางเชิงโครงสร้างที่แท้จริง
ความคิดเห็น 0