Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

CFTC ตั้งคณะกรรมการนวัตกรรมรับมือบล็อกเชน-AI หวังวางกรอบกำกับคริปโตสหรัฐยุคใหม่

คณะกรรมการกำกับการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ(CFTC) เดินหน้าสู่การสร้างกรอบกำกับดูแลใหม่เพื่อรับมือกับการปฏิวัติทางเทคโนโลยีในภาคการเงิน โดยล่าสุดได้จัดตั้ง ‘คณะกรรมการที่ปรึกษานวัตกรรม’ เพื่อแทนที่คณะกรรมการด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม พร้อมเปิดเผยรายชื่อสมาชิกชุดแรกซึ่งประกอบด้วยผู้นำจากทั้งวงการคริปโตและโลกการเงินดั้งเดิม

แผนการดังกล่าวของ CFTC สะท้อนความตั้งใจที่จะ ‘เตรียมพร้อมล่วงหน้า’ ในการจัดการกับผลกระทบของเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น บล็อกเชน และปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่กำลังปฏิวัติระบบการเงินอย่างรวดเร็ว ไมค์ เซลิก(Mike Selig) ประธาน CFTC ระบุว่า “AI, บล็อกเชน และคลาวด์ กำลังก่อให้เกิดการพัฒนาระบบการเงินใหม่อย่างสิ้นเชิง” พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมการใหม่จะวางกรอบกำกับดูแลที่ ‘ใช้งานได้จริง และชัดเจน’

เซลิก ยังเน้นย้ำถึงศักยภาพของ ‘บล็อกเชน’ ในฐานะระบบที่มีความโปร่งใสและให้บริการธุรกรรมตลอด 24 ชั่วโมงโดยมีต้นทุนต่ำ ขณะที่ ‘AI’ ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง หน้าที่สำคัญของคณะกรรมการใหม่นี้ จึงเน้นไปที่การกำหนดกฎเกณฑ์ที่ ‘ชัดเจนและมุ่งสู่อนาคต’ สำหรับระบบตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

รายชื่อสมาชิกแรกเริ่มของคณะกรรมการมีจำนวน 12 คน โดยมาจากทั้งภาคคริปโตและการเงินดั้งเดิม ในฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ ไทเลอร์ วิงเคลวอส CEO ของเจมินี, เชน โคพลาน CEO ของโพลีมาร์เก็ต, ทาเร็ก มานซูร์ CEO ของคาลซี, คริส มาร์ชาเลก CEO ของคริปโตดอทคอม และอาร์จุน เซติ ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ร่วมของคราเคน

ส่วนฝั่งตลาดการเงินดั้งเดิม ประกอบด้วย เจฟฟ์ สเปรชเชอร์ CEO ของ ICE เจ้าของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก, เครก โดเนอฮิว CEO ของตลาดออปชัน Cboe และ อดีนา ฟรีดแมน CEO ของแนสแด็ก ทั้งหมดจะมีบทบาทในการเสนอความเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลที่สมดุลกับการเร่งพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน

CFTC ยังเปิดรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติมในคณะกรรมการนี้จากภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และหน่วยงานกำกับอื่น ๆ จนถึงวันที่ 31 มกราคม

การจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวถือเป็นสัญญาณว่า CFTC กำลังหันมาใช้แนวทาง ‘เป็นมิตรต่อเทคโนโลยี’ คล้ายกับทิศทางของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐ(SEC) ในระยะหลัง ที่แสดงความพร้อมในการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อกับบริษัทด้านเทคโนโลยีมากขึ้น สะท้อนภาพรวมการปรับตัวของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการเติมเต็มช่องว่างของกรอบกำกับในยุคดิจิทัล

กระแสดังกล่าวยังสะท้อนความจำเป็นของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการวางแนวทางกำกับเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ล่าสุดบริษัทแอนเดรสเซนฮอโรวิทซ์(a16z) กล่าวเตือนว่า “หากสหรัฐปล่อยให้เทคโนโลยีล้ำหน้าถูกชิงความเป็นผู้นำไป จะสูญเสียอิทธิพลทั้งทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และวัฒนธรรม” พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมี ‘เป้าหมายร่วมเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม’

ไมค์ เซลิก ย้ำว่าจะใช้เวทีของคณะกรรมการนี้ในการหารือเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ แพลตฟอร์ม และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งมีทั้งความท้าทายทางเศรษฐศาสตร์และปัญหาในทางปฏิบัติ พร้อมระบุว่า “เราจะกำหนดแนวทางกำกับที่ชัดเจน เพื่อให้ตลาดการเงินของสหรัฐสามารถเข้าสู่ ‘ยุคทองแห่งนวัตกรรม’ ได้อย่างมั่นคง”

ในมุมมองของตลาดคริปโต การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็น ‘สัญญาณเชิงบวก’ ในระยะยาว โดยเฉพาะหากทิศทางของการพัฒนาเทคโนโลยีและการยอมรับจากฝ่ายกำกับดูแลสามารถไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความมั่นคงของตลาด และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้อย่างเต็มที่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

บิตคอยน์(BTC) ติดกรอบ 60,000–70,000 ดอลลาร์ ศึกเงียบ ETF–วาฬ–นักขุด–บริษัทใหญ่ชี้ทิศทางรอบใหม่

AI อินฟรา + ขุดบิตคอยน์(BTC) บุกตลาดตราสารหนี้ไฮยิลด์ ดอกเบี้ยพุ่ง 7–9% ดันเมกะธีมใหม่วอลล์สตรีท

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1