XRP ใกล้แตะระดับราคาสูงสุดในรอบ 7 ปี นักลงทุนจับตาว่าปัจจัยมหภาคจะหนุนหรือไม่
โทเคนชื่อดังอย่าง ริปเปิล(XRP) กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญหลังจากเคลื่อนไหวในกรอบแคบมานานถึง 7 ปี โดยล่าสุดมีสัญญาณว่าอาจกลับเข้าสู่รอบ ‘ค้นหาราคา’ (Price Discovery) ได้อีกครั้ง แม้จะยังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ แต่การฟื้นตัวของตลาดหุ้นและราคาทองคำ-เงินอาจกลายเป็นแรงหนุนในอนาคต ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง XRP กับภาพรวมตลาดทุน โดยเฉพาะยุคดอกเบี้ยสูง ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจากตลาดพบว่าเมื่อเร็วๆ นี้ XRP มีปริมาณการซื้อขายแตะ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.13 ล้านล้านบาท) พร้อมปรับขึ้นแตะระดับ 2.09 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,088 บาท) แต่ยังคงไม่สามารถทะลุแนวต้านหลักได้ ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง ราคาทองและเงินยังพุ่งสูงต่อเนื่อง ส่วนดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็กำลังทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งได้เปรียบเทียบกับสภาพตลาดคริปโตที่ยังไม่ปรากฎแนวทางวิ่งตาม
ความคาดหวังต่อ XRP ยังสูงขึ้นหลังจากกรณีข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างบริษัท ริปเปิล และสำนักงานกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) สิ้นสุดลงเมื่อปี 2023 ซึ่งถือเป็นการยุติคดีที่ยืดเยื้อมานานถึง 6 ปี ปัจจัยนี้ได้ส่งผลให้มีการนำ XRP กลับเข้าสู่พอร์ตของสถาบันการเงินอีกครั้ง และยังได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากกรณีวุฒิสภาสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายปกป้องนักพัฒนา *บิตคอยน์(BTC)* ที่เป็นสัญญาณบวกต่อสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตาคือความสัมพันธ์ของ XRP กับดัชนีหุ้นขนาดเล็ก ‘รัสเซล 2000’ (Russell 2000) โดยนักวิเคราะห์นามว่า ‘เบิร์ด(Bird)’ เปิดเผยว่า “หากดูจากประวัติศาสตร์ เมื่อใดที่ Russell 2000 พุ่งทะยานอย่างรุนแรง XRP มักจะตามมาด้วยการพุ่งขึ้นเช่นกัน ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในจุดเดียวกันนั้นอีกครั้ง” เขาชี้ว่ารัสเซล 2000 มักสะท้อนจิตวิทยา ‘Risk-on’ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้น มักส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าทรัพย์สินที่ประเมินมูลค่าต่ำอย่าง XRP ได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ตลาดยังมองว่าระดับ ‘2.70 ดอลลาร์สหรัฐ’ (ราว 3,812 บาท) เป็นจุดแบ่งทางจิตวิทยาที่จะชี้วัดทิศทางราคาในอนาคต เนื่องจากระดับราคานี้ยังไม่เคยถูกทะลุได้ตั้งแต่ปี 2019 หาก XRP สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจจุดประกายสัญญาณใหม่ว่าโทเคนสามารถก้าวข้าม ‘แรงกดดันตลอด 7 ปี’ ได้สำเร็จ ซึ่ง ‘เบิร์ด’ เองกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่แค่ประเด็นทางเทคนิค แต่สะท้อนถึงโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปด้วย”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม XRP เคยเผชิญแรงขายรุนแรงจนสูญเสียมูลค่าตลาดกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7 แสนล้านบาท) โดยครั้งนั้นราคาดิ่งลงจากระดับ 2.80 ดอลลาร์ฯ (ราว 3,953 บาท) หากสามารถฟื้นกลับระดับ 2.70 ดอลลาร์ฯ ได้สำเร็จ อาจถือเป็นการรีเซ็ตแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวอีกครั้ง
แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น XRP ยังต้องทดสอบแนวต้านที่ขอบบนของ ‘โบลินเจอร์แบนด์’ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.11 ดอลลาร์ฯ (ราว 3,117 บาท) หากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าว และอ่อนตัวลงต่ำกว่า 2.04 ดอลลาร์ฯ (ราว 3,014 บาท) ก็มีโอกาสที่แนวโน้มขาขึ้นจะถูกยกเลิกได้ สำหรับเป้าหมายกลางถึงระยะยาว ยังมีแนวต้านจากระดับฟีโบนัชชีที่ 2.24 (ราว 3,307 บาท), 2.36 (ราว 3,485 บาท), 2.44 (ราว 3,602 บาท) และ 2.53 ดอลลาร์ฯ (ราว 3,737 บาท)
จากมุมมองรวมของนักลงทุนในชุมชน หลายฝ่ายยังมองว่าการรักษาราคาให้นิ่งในช่วง 2.05–2.10 ดอลลาร์ฯ ยังเป็นสัญญาณดี แม้ไม่ได้มีพฤติกรรม ‘พุ่งแรง’ แบบเหรียญอื่นๆ นอกจากนี้ การที่ราคาทองและเงินเข้าสู่ช่วงไซด์เวย์ อาจทำให้เงินทุนไหลกลับสู่ XRP ได้มากกว่าเดิมเช่นกัน *ความคิดเห็น* "นี่คือช่วงเวลาแห่งการใช้ ‘ศิลปะของความอดทน’ มากกว่าการเทรดตามแรงกระเพื่อมรายวัน"
โดยรวม XRP กำลังอยู่ในตำแหน่งสำคัญที่ผสานทั้งสัญญาณเชิงเทคนิค ปัจจัยมหภาค และการลดความเสี่ยงจากการกำกับดูแล จุดเปลี่ยนของราคาอาจไม่ใช่แค่เรื่องของแนวต้าน แต่คือรูปแบบใหม่ของตลาด และบางทีชัยชนะที่แท้จริงของ XRP *อาจเพิ่งเริ่มต้นในปี 2026* เท่านั้น
ความคิดเห็น 0