Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญเตือน: ใช้แชตบอต AI ขอคำปรึกษากฎหมาย อาจเสี่ยงข้อมูลลับรั่ว-กระทบคดีคริปโต

การใช้แชตบอต AI เพื่อขอคำปรึกษาทางกฎหมายอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการละเมิด ‘ความลับของผู้รับคำปรึกษา’ หลังจากเริ่มมีรายงานว่าข้อมูลบทสนทนาระหว่างผู้ใช้กับแชตบอตอาจถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในศาล ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานโดยตรง โดยเฉพาะในกรณีที่ข้อมูลเหล่านั้นหลุดออกไปยังบุคคลที่สาม

เมื่อวันที่ 24 สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานคำเตือนของ ชาร์ลิน โฮ(Charlyn Ho) ซีอีโอและทนายความของ Rikka โดยระบุว่าแม้ AI จะเป็นเครื่องมือที่ ‘สะดวกและประหยัด’ ในการเข้าถึงข้อมูล แต่ยังขาดการควบคุมข้อมูลผู้ใช้ที่เพียงพอ และการคุ้มครองทางกฎหมายก็ยังไม่ชัดเจน โฮกล่าวว่า “กรณีที่เนื้อหาบทสนทนาในแชต GPT ถูกใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการทางกฎหมายได้เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาการคุ้มครองข้อมูลที่น่าเป็นห่วง

ตัวอย่างเช่น บริษัทโอเพนเอไอ(OpenAI) เพิ่งถูกสั่งโดยศาลให้เก็บข้อมูลบทสนทนา ChatGPT กว่า 20 ล้านรายการต่อให้ผู้ใช้งานร้องขอลบข้อมูลไปก่อนหน้านั้น ซึ่งมีมูลค่าทางข้อมูลประมาณ 2.8 แสนล้านวอน หรือราว 2,836 ล้านบาท ข้อบังคับนี้ยังอาจกลายเป็นมาตรฐานในการสอบสวนคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในอนาคตอีกด้วย

เรื่องความลับของข้อมูลยังขาดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับ AI ต่างจากโปรแกรมอย่าง ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ(MSFT) ที่ติดตั้งในเครื่องผู้ใช้ ซึ่งการใช้งานแบบออฟไลน์ช่วยรักษาข้อมูลไว้เฉพาะตัว แต่ระบบปัญญาประดิษฐ์มักดำเนินงานผ่านคลาวด์ และข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์บุคคลที่สาม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อ ‘การรั่วไหลของความลับ’

โฮอธิบายว่า ถ้าเงื่อนไขด้านความปลอดภัยของข้อมูลไม่ถูกระบุชัดในสัญญา ข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปในแชตบอต AI อาจถือเป็นข้อมูลที่บุคคลที่สามสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งทำให้ ‘สิทธิความลับของผู้รับคำปรึกษากับทนาย’ อาจกลายเป็นโมฆะในทางกฎหมาย อีกทั้งด้วยโครงสร้างของ AI อย่าง ChatGPT ซึ่งอาจใช้บทสนทนาเดิมมา ‘ฝึกระบบซ้ำ’ ได้โดยปริยาย แม้จะมีเมนูให้ผู้ใช้เลือกปิดได้ แต่ก็ยังมีผู้ใช้จำนวนมากไม่รู้ว่าฟังก์ชันนี้มีอยู่ด้วยซ้ำ

“บริษัทควรใส่ข้อกำหนดเรื่อง ‘ความเป็นเจ้าของข้อมูล’ และ ‘มาตรฐานการปกป้องข้อมูล’ ไว้อย่างชัดเจนในสัญญา ถึงจะคาดหวังให้ข้อมูลนั้นได้รับความคุ้มครองแบบ ‘ข้อมูลลับ’ ได้” โฮกล่าวย้ำ

อีกด้านหนึ่ง เอกสารทางกฎหมายที่สร้างด้วย AI ก็อาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรมได้เช่นกัน โฮระบุว่า “แม้ผู้ใช้จะลบบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญาใน ChatGPT แต่หากมีหมายศาลก็สามารถบังคับให้นำบันทึกเหล่านั้นมาใช้ในฐานะหลักฐานเหมือนกับประวัติบนคลาวด์ของไมโครซอฟท์หรือกูเกิล(GOOGL)” ความเห็นนี้สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของ ‘หลักฐานดิจิทัล’ ในคดีสืบสวนต่าง ๆ รวมถึงในตลาดคริปโตที่การตีความเจตนาของธุรกรรมถือเป็นประเด็นหลัก

แม้เช่นนั้น โฮก็ยืนยันว่า บทสนทนาใน AI ไม่ได้ถือเป็น ‘หัวข้อกฎหมายใหม่’ แต่ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายเดิมที่ใช้กับข้อมูลดิจิทัลทั่วไป

สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับ ‘AI ทนายความ’ ที่เคยได้รับความสนใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โฮแสดงความเห็นว่า “ในสหรัฐ การให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แม้จะมีสตาร์ตอัปอย่าง DoNotPay ที่สนับสนุนการดำเนินคดีบางด้านด้วย AI แต่ 'คำปรึกษาด้านกฎหมาย’ จริงๆ ต้องมาจากมนุษย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น” และเสริมว่า “ตราบใดที่กฎระเบียบไม่เปลี่ยนแปลง ‘AI ทนาย’ แบบอัตโนมัติทั้งหมดจะยังไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้”

ความคิดเห็น: ‘ความปลอดภัยของข้อมูล’ กำลังกลายเป็นประเด็นใหม่ที่บริษัทเทคโนโลยีต้องยกระดับให้มากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตและกฎหมาย ซึ่งละเอียดอ่อนและอ่อนไหวต่อการตีความผิดพลาด การใช้ AI แม้จะสร้างคุณค่าได้สูง แต่หากไม่เข้าใจขอบเขตทางกฎหมายอย่างชัดเจน ก็อาจกลายเป็นปัญหาที่ย้อนกลับมาสร้างความเสียหายได้ในภายหลัง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1