Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

วาเลโอจับมือโซลานา(SOL) พัฒนา AI ขับเคลื่อนรถไร้คนขับผ่านบล็อกเชนดิพิน

บริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ของฝรั่งเศส วาเลโอ ร่วมมือกับโครงการดิพิน(DePIN) บนบล็อกเชนโซลานา(SOL) อย่าง นาติกซ์ ในการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์โอเพนซอร์ส สำหรับยกระดับเทคโนโลยี *รถยนต์ไร้คนขับ* โดยตั้งเป้าสร้างโมเดล ‘World Foundation Model’ หรือ WFM ที่จะยกระดับความสามารถในการรับรู้ของ AI จากการเข้าใจ *ข้อความ* สู่ *การทำนายโลกแห่งความจริง*

เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ทั้งสองบริษัทประกาศว่า กำลังพัฒนา WFM ซึ่งเป็น AI ที่ใช้การประมวลผลจากกล้องหลายมุมมองแบบเรียลไทม์ มุ่งเน้นการเรียนรู้จากข้อมูลบนถนนจริง เพื่อให้สามารถ *คาดการณ์และตัดสินใจ* ในสถานการณ์การขับขี่ที่ซับซ้อนได้ โดยโครงการนี้จะเปิดโค้ดให้เป็นโอเพนซอร์ส ทั้งตัวโมเดล ฐานข้อมูล และเครื่องมือฝึกสอน เพื่อให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถเข้ามาร่วมใช้งานและพัฒนาได้อย่างอิสระ โดยคาดว่าเวอร์ชันแรกจะเปิดตัวภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

WFM ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดของ AI แบบดั้งเดิมที่พึ่งพาแค่ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เป้าหมายคือการพัฒนาสู่ *ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Physical AI)* ซึ่งสามารถ *รับรู้ พยากรณ์ และตัดสินใจ* ได้ในโลกจริง ล่าสุด บริษัทเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ เวฟ(Wayve) ได้ทดลองนำ WFM ไปใช้ในยานยนต์ และสามารถขับเคลื่อนในย่านใจกลางลาสเวกัสได้ *โดยไม่ต้องฝึกเพิ่มเติม* แสดงให้เห็นศักยภาพของ AI ที่ *คิดและวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้า* ได้ในระดับสูง

อาลิเรซา โกซ(Alireza Ghods) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของนาติกซ์ แสดงความเห็นว่า “หาก LLM เคยเป็นตัวเปลี่ยนเกมของวงการ AI ระหว่างปี 2017 ถึง 2020 โมเดลระดับโลกเช่น WFM จะเป็นรากฐานของยุค AI ถัดไป”

ความน่าสนใจของ WFM อยู่ที่โครงสร้างแบบ ‘ดิพิน’ ซึ่งผสาน *เทคโนโลยีบล็อกเชน* เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่ผู้ใช้ทั่วโลกร่วมให้ข้อมูล สิ่งนี้ทำให้ผู้มีส่วนร่วมในระบบสามารถ *รับรางวัลในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี* ได้ ขณะเดียวกัน ก็ช่วยทำให้โมเดลมีข้อมูลอ้างอิงในระดับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ นาติกซ์เปิดเผยว่าขณะนี้มีผู้ใช้งานหลายแสนคนที่เชื่อมต่อกล้องของตนเข้าสู่เครือข่ายนี้ และได้รวบรวม *ข้อมูลการขับขี่มากกว่าหลายร้อยล้านกิโลเมตร* แล้ว

ด้านวาเลโอแสดงจุดยืนว่า โปรเจกต์นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เทคโนโลยี AI สำหรับยานยนต์ เติบโตอย่าง ‘*ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ*’ และช่วยเร่งให้เกิดยุค *รถยนต์ไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบ* ได้เร็วขึ้น

ในปัจจุบันตลาด AI สำหรับการขับขี่อัตโนมัติเข้าสู่การแข่งขันอย่างเข้มข้น ตัวอย่างคือ ‘อัลฟาไมโย’ ของเอนวีเดีย(NVDA) ซึ่งใช้แนวทางคล้ายกันโดยมุ่งพัฒนา ‘ระบบปัญญาประดิษฐ์แบบมีเหตุมีผล (Reasoning-based Autonomy)’ ผ่านข้อมูลจากกล้องและเซ็นเซอร์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ความ *เปิดกว้างของโอเพนซอร์สและการกระจายศูนย์กลาง* คือจุดที่ทำให้ WFM มีความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น

การพัฒนา WFM ยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเติบโตของ *อุตสาหกรรมดิพิน* ที่ผสานบล็อกเชนกับ AI อย่างเป็นรูปธรรม โมเดลโอเพนซอร์สดังกล่าวสามารถถูกนำไปฝึกใหม่ในแต่ละประเทศและแต่ละเมือง ซึ่งหมายถึงว่า ระบบสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับ *สภาพแวดล้อมการจราจรที่หลากหลายทั่วโลก* ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่ทิศทางของ AI กำลังเปลี่ยนจากการเข้าใจภาษาในโลกดิจิทัลเข้าสู่การรับรู้กับโลกแห่งความจริง โปรเจกต์ของวาเลโอและนาติกซ์จึงถูกจับตามองว่าจะสามารถสร้าง *นวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยนโฉมการเดินทางในอนาคต* ได้หรือไม่ ความคิดเห็น: หากสำเร็จ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังระหว่างบล็อกเชนกับ AI ที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมรถยนต์ไปตลอดกาล

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1