การประเมินมูลค่าของริปเปิล(XRP)ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่ผู้ใช้คริปโต โดยเฉพาะในบริบทของการคาดการณ์ราคาว่าจะสามารถขึ้นถึงระดับ ‘สองหลัก’ หรือแม้กระทั่ง ‘สามหลัก’ ได้หรือไม่ ซึ่งสิ่งที่ถูกยกมาอ้างอิงบ่อยครั้งก็คือ *มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด* หรือ ‘มาร์เก็ตแคป’ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คริปโตบางรายให้ความเห็นว่าการใช้แนวคิดมาร์เก็ตแคปแบบดั้งเดิมอาจไม่เหมาะสมกับลักษณะของ XRP ที่ถูกออกแบบมาในบริบทที่แตกต่างจากหุ้นหรือสินทรัพย์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อวันที่ 24 นักวิเคราะห์ 'คริปโต ลุค' กล่าวว่า แนวทางการประเมินมาร์เก็ตแคปของ XRP ด้วยวิธีเดียวกับที่ใช้ในตลาดหุ้นหรือธนาคารดั้งเดิม อาจไม่สะท้อนความเป็นจริง เนื่องจากธนาคารสามารถประมวลผลธุรกรรมมูลค่าหลายล้านบาทต่อวัน โดยไม่จำเป็นต้องถือครองสินทรัพย์มูลค่าสูงเท่ากับมูลค่าการดำเนินงานนั้น ระบบทางการเงินของพวกเขาวัดความสามารถจากตัวชี้วัดด้านกำไร ความเสี่ยง และต้นทุนกำกับดูแล มากกว่าจะใช้มูลค่าของเงินทุนที่หมุนเวียนเป็นดัชนีหลัก
นอกจากนี้ คริปโต ลุค ยังเปรียบเทียบว่า การนำ XRP ไปเทียบกับธนาคารอย่างแบงก์ออฟนิวยอร์กเมลลอน หรือบริษัทสถาบันการเงินอื่นๆ เป็นเหมือนกับ ‘การเปรียบเทียบระหว่างแอปเปิลกับลูกแพร์’ เพราะหน้าที่ของทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ธนาคารมีบทบาทเป็น ‘ตัวกลาง’ ในการเคลื่อนไหวของเงินลูกค้าเพื่อเก็บค่าธรรมเนียม ในขณะที่ XRP เป็นโทเคนที่ทำหน้าที่ ‘สะพานการชำระเงิน’ ซึ่งใช้ในการชำระและเคลียร์ธุรกรรมระหว่างสองฝั่ง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการถือครองสินทรัพย์จริง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ปริมาณของธุรกรรม (FX Volume) แต่เป็น ‘ความสามารถของสินทรัพย์ในการรองรับการไหลของเงิน’ โดยไม่ต้องสำรองล่วงหน้า ตามแนวคิดนี้ ถ้า XRP มีสภาพคล่องเพียงพอและได้รับความเชื่อถือในเครือข่าย ก็อาจสามารถบรรลุมูลค่าที่ดูสูงเกินจริงตามกรอบเดิมของตลาดได้จริง *ความคิดเห็น* นี้ชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาร์เก็ตแคปอาจกลายเป็นอุปสรรคที่ไม่จำเป็นในการประเมินศักยภาพของ XRP
ถึงกระนั้น ผู้เชี่ยวชาญก็ยังย้ำว่า ไม่ควรเข้าใจสิ่งที่พวกเขาถกเถียงว่าเป็นการปฏิเสธ ‘สมการมูลค่าตลาด’ เสียทั้งหมด เพราะสูตรที่ว่า ‘ราคา x จำนวนเหรียญ = มูลค่ารวม’ ยังคงถูกต้องตามหลักการคำนวณ เพียงแต่ *การตีความ* นั้นควรพิจารณาตาม *ลักษณะของแต่ละสินทรัพย์* มากกว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกันไปทั้งหมด
นักวิเคราะห์อีกคนอย่าง 'พานโตยา' ก็เห็นด้วยว่า XRP มีโอกาสถูกประเมินในระดับราคาที่สูงโดยไม่มีข้อจำกัดจากมูลค่าตลาด หากระบบ ‘XRP เลเจอร์’ สามารถได้รับการยอมรับในบทบาทการโอนเงินข้ามพรมแดน เขากล่าวว่า มูลค่าของ XRP ในระดับ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,467,000 บาท) นั้น ‘ไม่ได้อยู่ไกลเกินการวิเคราะห์เชิงศักยภาพ’
โดยปัจจุบัน XRP มีอุปทานหมุนเวียนอยู่ที่ประมาณ 60.7 พันล้านเหรียญ ถ้าราคา XRP ขึ้นไปแตะระดับ 10 ดอลลาร์ต่อเหรียญ จะทำให้มาร์เก็ตแคปพุ่งสูงถึงราว 607,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 891 ล้านล้านบาท) ซึ่งแม้อาจดูเกินจริง แต่หากเทียบกับบิตคอยน์(BTC) ที่มีมาร์เก็ตแคปในปัจจุบันที่ประมาณ 1.79 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 2,627 ล้านล้านบาท) ก็ถือว่าอยู่ในวิถีของความเป็นไปได้ในโลกคริปโต
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ว่า XRP จะวิ่งทะลุ 10,000 ดอลลาร์ (ราว 14.67 ล้านบาท) ยังเป็นเรื่องที่ “เกินจริง” นักวิเคราะห์อย่างเมสัน เวอร์สลูอิส(Mason Versluis) กล่าวว่าราคาในระดับ 10 ดอลลาร์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากสถานการณ์จริง แต่ระดับ 10,000 ดอลลาร์นั้น “มีลักษณะแบบเก็งกำไร” มากกว่า *ความคิดเห็น* นี้สะท้อนว่าแม้ XRP อาจมีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น การยอมรับของภาคธุรกิจ เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน และกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ท้ายที่สุด บทบาทของ XRP ในฐานะสินทรัพย์สำหรับการ ‘ชำระธุรกรรม’ มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากหุ้นหรือเหรียญโครงการอื่นๆ การอภิปรายเรื่องราคาในอนาคตจึงควรเริ่มจากคำถามว่า *“XRP ถูกออกแบบมาเพื่อทำอะไร?”* มากกว่าการวิเคราะห์จากตัวเลขมูลค่าตลาดเพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0