XRP ETF บันทึกสถิติไหลออกสุทธิรายสัปดาห์ครั้งแรก ขณะราคา XRP ดิ่งแรง
หลังจากวิ่งเข้าสู่ช่วงบวกต่อเนื่องเกือบ 2 เดือน สถานการณ์ของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบสปอตของริปเปิล(XRP ETF) ได้เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิด ‘การไหลออก’ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ ETF ดังกล่าว ขณะเดียวกัน ราคาของริปเปิล(XRP) ก็ร่วงลงต่ำกว่า 2 ดอลลาร์ พร้อมขยับกลับไปสู่ระดับราคาในช่วงต้นปี 2026
ตามรายงานของ SoSoValue แพลตฟอร์มติดตาม ETF เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ช่วงเวลาหลังวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ของสหรัฐฯ คือช่วงที่เกิดการไหลออกสุทธิตลอด 4 วันทำการติดต่อกัน โดยมีเงินทุนไหลออกถึง 40.64 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 591 พันล้านวอน) เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ XRP ETF เริ่มซื้อขายเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ในช่วงต้นเดือนมกราคม XRP ETF นำโดยกองทุน XRPC ของคานารี่ แคปิทอล(Canary Capital) ยังคงดึงดูดกระแสเงินเข้าอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้มีเงินทุนสะสมกว่า 1.28 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.86 ล้านล้านวอน) อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 7 มกราคมเกิดการไหลออกรายวันครั้งแรก และในสัปดาห์ล่าสุด ข้อมูลชี้ว่ามีการไหลออกสูงสุดถึง 53.32 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 775 พันล้านวอน) จนนักลงทุนเริ่มวิตก
แม้บางวันจะยังมีเงินเข้ากลับมาเล็กน้อย เช่น 7.16 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 21, 2.09 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี, และ 3.43 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ แต่เส้นทางภาพรวมยังคงเป็นแนวโน้มลบติดต่อกัน 4 วัน จำนวนเงินสะสมสุทธิก็ลดลงเหลือ 1.23 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าการขายทำกำไรกดดันตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ
ราคาของริปเปิล(XRP) เองก็สะท้อนบรรยากาศเชิงลบดังกล่าว โดยจากที่แตะระดับ 2.40 ดอลลาร์เมื่อต้นปี ล่าสุด XRP กลับลดลงเหลือระดับ 1.90 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,763 วอน) แรงขายเกิดจากทั้งแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และการปรับฐานของตลาดคริปโตในวงกว้าง ทำให้กำไรจากช่วงต้นปีแทบถูกลบจนหมด
นักวิเคราะห์ตลาดชื่อ CW มองว่าราคา XRP กลับเข้าสู่ช่วง ‘การรวมตัวของราคา’ หลังจากเกิด ‘การทะลุปลอม’ (Failed Breakout) พร้อมระบุว่า การเคลื่อนไหวช่วงสุดสัปดาห์นี้จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าจะสามารถ ‘เบรค’ ขึ้นไปได้อีกไหม เขากล่าวว่า “จำเป็นต้องมีการเบรคครั้งใหม่ในแนวต้านปัจจุบัน จึงจะสามารถนำตลาดกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นได้”
ด้านบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนอย่างแซนติเมนต์(Santiment) ระบุว่า ความเชื่อมั่นของนักเทรดอยู่ในช่วง ‘ขาลง’ แต่ก็บ่งชี้ว่ามันอาจเป็นสัญญาณของ ‘การฟื้นตัว’ ใกล้เข้ามา เพราะในหลายกรณี ตลาดมักดีดตัวกลับเมื่อความกลัวของนักลงทุนถึงจุดสูงสุด ซึ่งอาจเป็น ‘โอกาสซ่อนเร้น’ ในสายตาบางคน
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ก็ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เขย่าตลาด จากรายงานล่าสุด ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจเก็บภาษีนำเข้าจากกรีนแลนด์ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนกลุ่มคริปโตยกระดับความระมัดระวัง โดยในตลาดฟิวเจอร์สของ XRP มีการปิดสถานะ Long มูลค่ากว่า 5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 73 พันล้านวอน) สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาตลาด
เมื่อกระแสเงินจาก ETF และราคาของ XRP ต่างเคลื่อนไหวไปในทิศทางลบพร้อมกัน จึงอาจเป็นเวลาที่ระบบนิเวศของริปเปิลจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์การรับมือในตลาดใหม่ ท่ามกลางการชะลอตัวของนักลงทุน นี่อาจเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญสำหรับการ ‘ค้นหาโอกาสฟื้นตัว’ ในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0