XRP เผชิญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางเทคนิค หลังจากพยายามฟื้นตัวจากการร่วงลงอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ ราคากำลังทดสอบระดับแนวต้านสำคัญที่ ‘2 ดอลลาร์’ หากไม่สามารถทะลุผ่านได้ ก็อาจร่วงลงไปแตะระดับ ‘1.77 ดอลลาร์’ อีกครั้ง
ราคาของริปเปิล(XRP) ร่วงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งลดลงจนถึง 1.85 ดอลลาร์เมื่อไม่นานนี้ ซึ่งนับเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายน ก่อนจะดีดตัวขึ้นมายืนที่ประมาณ 1.94 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี บรรยากาศความวิตกในตลาดยังไม่คลี่คลาย โดยแรงซื้อและแรงขายยังคงปะทะกันอย่างสูสี ส่งผลให้ทิศทางราคาระยะสั้นยังไม่ชัดเจน
จากข้อมูลล่าสุด XRP มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 171.6 พันล้านบาท และมีปริมาณการซื้อขายต่อวันอยู่ที่ราว 6.1 หมื่นล้านบาท ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอัลต์คอยน์ชั้นนำด้านสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของราคาในช่วงนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่อัลต์คอยน์ขนาดใหญ่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากการที่บิตคอยน์(BTC) มีอิทธิพลเพิ่มสูงขึ้น และความตึงตัวของสภาพคล่องทั่วโลก
การอ่อนแรงของ XRP ยังสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ โดยข้อมูลชี้ว่า อีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL), และคาร์ดาโน(ADA) ต่างก็ปรับตัวลดลงแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีอัลต์คอยน์ซีซันลดลงมาอยู่ที่ระดับ 14 ซึ่งบ่งชี้ถึงสภาวะที่นักลงทุนมีความเสี่ยงน้อยลงอย่างชัดเจน
อีกปัจจัยหนึ่งคือความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน โดยเฉพาะดอกเบี้ยจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่อาจปรับขึ้นเร็ว ๆ นี้ ทำให้กลุ่มนักลงทุนทั่วโลกพยายามลดความเสี่ยงลง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยใหม่จะช่วยบรรเทาความกดดันในระยะสั้น แต่ก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงได้อย่างเต็มที่ ความผันผวนของ XRP จึงสะท้อนถึงความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย, สภาพคล่อง และความรู้สึกของตลาดเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี สัญญาณพื้นฐานของ XRP ยังถือว่าแข็งแกร่ง โดยหลายฝ่ายชี้ว่าการใช้งานของ XRP ในระบบโอนเงินต่างประเทศยังคงดำเนินต่อเนื่อง พร้อมกับความพยายามของโครงการในการทำให้กฎหมายและข้อบังคับชัดเจนขึ้นในตลาดหลัก อีกทั้งสภาพคล่องบนเครือข่ายยังถูกประคองไว้ได้ ทำให้นักลงทุนสถาบันยังคงให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
แม้ราคาโดยรวมจะลดลง แต่ปริมาณการซื้อขายของ XRP ในช่วงปรับฐานกลับเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณว่า นักลงทุนบางส่วนยังคงเลือกที่จะเข้าซื้อในจังหวะที่ราคาต่ำ โดยขณะนี้ XRP มีจำนวนเหรียญหมุนเวียนมากกว่า 60.5 พันล้านเหรียญ และตลาดยังสามารถประเมินแนวโน้มการกระจายเหรียญได้อย่างแม่นยำ
ด้านเทคนิคยังพบสัญญาณเตือน XRP ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ‘ขาลง’ ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม และยังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 2.00 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,909 บาท) ได้อย่างชัดเจน แม้ RSI จะฟื้นตัวขึ้นมาที่ระดับ 58 ซึ่งสะท้อนว่าความกดดันด้านการขายเริ่มลดน้อยลง แต่ก็ยังไม่ใช่สัญญาณการฟื้นตัวเต็มรูปแบบ
แนวรับและแนวต้านหลักในช่วงนี้คือระดับ 1.98-2.00 ดอลลาร์ หากฝ่าขึ้นไปได้ ก็มีโอกาสปรับขึ้นสู่ระดับ 2.05 ดอลลาร์ ไปจนถึง 2.17 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,160 บาท) แต่หากล้มเหลวในการทะลุแนวต้าน ก็อาจกลับไปปรับฐานที่ 1.85 ดอลลาร์ หรืออาจไหลลงถึงระดับ 1.77 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง
นักวิเคราะห์ต่างเห็นตรงกันว่า หากราคาสามารถยืนเหนือ 2 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ก็อาจถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการกลับตัวขาขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากมีแรงขายจำนวนมากแสดงตัวในระดับนั้น ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ราคาหันกลับลงอีกครั้ง
ระยะเวลาหลายวันต่อจากนี้จะเป็นช่วงชี้ชะตาสำคัญว่า XRP จะสามารถพลิกกลับสู่แนวโน้มขาขึ้นได้หรือไม่ หากก้าวข้ามระดับ 2.11-2.17 ดอลลาร์ได้ ก็อาจยืนยันการกลับตัวได้จริง ขณะที่หากล้มเหลว ความเสี่ยงในการถอยกลับสู่ 1.77 ดอลลาร์ก็จะเพิ่มมากขึ้น ความละเอียดอ่อนของสถานการณ์จึงทำให้กลยุทธ์ของนักลงทุนมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้
ความคิดเห็น 0