ราคาของริปเปิล(XRP) ยังร่วงต่อเนื่องหลังร่วงลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ สร้างแรงกดดันต่อทิศทางตลาดอย่างชัดเจน ขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักเทรดเริ่มกระพือ โดยบางรายแสดง *ความกังวลว่า XRP อาจร่วงจนไร้มูลค่า* ท่ามกลางแรงลบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะถ้อยแถลงล่าสุดของทรัมป์
ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาของริปเปิล(XRP) ลดลงไปแล้วกว่า 4% ที่น่าสนใจคือปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากถึง 171% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการปรับฐานธรรมดา แต่สะท้อนถึง *ความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในความเชื่อมั่นนักลงทุน* ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความกลัว
หนึ่งในปัจจัยที่เร่งการร่วงของ XRP คือคำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ในระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานมานี้ ขู่จะเรียกเก็บภาษี 100% กับสินค้านำเข้าจากแคนาดา หากแคนาดาจับมือกับจีนลงนามข้อตกลงการค้า ท่าทีแข็งกร้าวนี้ *สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจโลก* และก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลตามมา
ขณะนี้ XRP พยายามกลับไปยืนเหนือแนวต้านที่ $1.90 (ประมาณ 2,750 บาท) ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่หากทะลุผ่านได้อาจกลับเข้าสู่แนวโน้มฟื้นตัว แต่หากไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ ความเสี่ยงที่จะ *ถอยกลับไปสู่ระดับ $1.80 (ประมาณ 2,605 บาท)* จะเพิ่มขึ้น บางรายเชื่อว่า XRP อาจร่วงต่อถึงแนวรับหลักที่ $1.60 (ประมาณ 2,316 บาท) ซึ่งเคยเป็นฐานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
โดยรวมแล้ว มีโอกาสที่ XRP จะปรับตัวลง *เพิ่มเติมสูงสุดถึง 11% จากระดับปัจจุบัน* ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index) ที่ตกจากระดับ 54 เมื่อวันที่ 14 มกราคม มาอยู่ที่ 29 ภายในสองสัปดาห์ สะท้อนว่า *ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “ความกลัว”* อย่างชัดเจน
ท่ามกลางความผันผวนของเหรียญหลัก กลับมีโครงการ *เหรียญมีม (meme coin)* หน้าใหม่ที่เริ่มได้รับความสนใจ โดยหนึ่งในนั้นคือ แม็กซีโดจิ($MAXI) ซึ่งเปิดพรีเซลแล้วในเวลานี้
แม็กซีโดจิ คือเหรียญมีมใหม่ที่สร้างบนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) โดยถูกเปรียบว่าเป็น *ผู้ท้าชิงตำแหน่งด็อจคอยน์(DOGE)* รายต่อไป ด้วยพลังการตลาดแบบไวรัล และระบบชุมชนที่เน้นการมีส่วนร่วมของนักลงทุน ไม่ใช่แค่ความตลกขบขันแบบเหรียญมีมทั่วไป ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันรายสัปดาห์ เช่น ‘Maxi Ripped’ และ ‘Maxi Gains’ เพื่อรับรางวัลและจัดอันดับ
นอกจากนี้ นักลงทุนพรีเซลยังสามารถรับผลตอบแทนจากการสเตกกิ้งสูงถึง 69% ต่อปี อีกด้วย โดยตอนนี้สามารถซื้อ $MAXI ได้ผ่านกระเป๋าที่เชื่อมกับเว็บไซต์ทางการ รองรับทั้ง USDT, USDC, ETH รวมถึงชำระผ่านบัตรเครดิต
ในบรรยากาศที่ XRP ยังไร้ทิศทางชัดเจนและความหวังในการดีดตัวต้องจับตาที่แนวต้าน $1.90 ความสนใจของนักลงทุนบางส่วนจึงเริ่มหันไปที่ *สินทรัพย์ทางเลือกใหม่ๆ* อย่างเหรียญมีมที่มีศักยภาพ มองได้ว่าช่วงเวลานี้ *ไม่ใช่แค่ช่วงแห่งความกลัว แต่ยังเป็นเวลาที่ตลาดกำลังค้นหา “โอกาสใหม่”* อย่างชัดเจน
แนวโน้มของ XRP จึงยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นท่าทีของทรัมป์ หรือความสงบในภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ฝั่งนักลงทุน ยังคงเดินทางอยู่ในระยะของ “ระแวงแต่ยังไม่ถอย” โดยจับตาความเปลี่ยนแปลงเพื่อสะสมแต้มต่อในกระดานถัดไป
ความคิดเห็น 0