ตลาดคริปโตยังอยู่ในภาวะอ่อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยบิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในแดนลบ ส่งผลให้เหรียญใหญ่หลายตัวอย่าง อีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP) และดอจคอยน์(DOGE) ต่างร่วงตามไปด้วย แม้ตลาดจะพยายามหาจังหวะในการดีดตัวกลับ แต่สัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจนยังไม่ปรากฏ
เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์อยู่ที่ราว 87,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.24 ล้านบาท ลดลง 2.44% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มอัลท์คอยน์นำโดย อีเธอเรียม, ริปเปิล และดอจคอยน์ ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากภาวะซบเซาของตลาด
*อีเธอเรียม* ยังประสบความยากลำบากในการสร้างฐานกลับตัว แม้จะมีความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการอัปเกรด เฟซากา(Fusaka) เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา การอัปเกรดดังกล่าวเปลี่ยนรูปแบบการเชื่อมต่อรายได้จากเครือข่ายเลเยอร์ 2 (Layer 2) ให้ไหลเวียนกลับมาที่ ETH เอง หลังจากก่อนหน้านี้ เงินส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเลเยอร์ 2
อย่างไรก็ตาม มุมมองเชิงเทคนิคยังพอมีสัญญาณเชิงบวกบางประการ โดยระดับราคาปัจจุบันเริ่มยกฐานสูงขึ้นตามแนวโน้มขาขึ้น และดัชนี RSI อยู่ในช่วงต้นของระดับ 40 ซึ่งหมายความว่ายังไม่เข้าสู่เขตขายมากเกินไป หากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเห็นราคาเคลื่อนตัวขึ้นไปสู่โซน 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 7.1 ล้านบาท แต่หากหลุดแนวรับสำคัญ ก็ต้องชะลอแนวโน้มฟื้นตัวออกไป
ในฝั่งของ *ริปเปิล* สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นมากนัก ราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดที่ 3.80 ดอลลาร์ หรือราว 5.4 ล้านบาท ปัจจุบันพยายามทรงตัวที่ระดับ 1.80 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.56 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นแนวรับสำคัญ หากสามารถยืนเหนือบริเวณนี้และทะลุแนวต้านที่ 2.30-2.50 ดอลลาร์ได้ ก็มีลุ้นกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 3.00 ดอลลาร์ หรือราว 4.27 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากแนวรับไม่สามารถประคองราคาไว้ได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่การปรับฐานรอบใหม่
*ดอจคอยน์* ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน โดยราคาเผชิญแรงขายหนาแน่นบริเวณ 0.14 ดอลลาร์ หรือประมาณ 199 บาท แม้จะมีแรงซื้อเข้ามาพยุงไว้ที่แนวรับบริเวณ 0.12 ดอลลาร์ (ราว 171 บาท) แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนทิศของแนวโน้มตลาดได้ ความหวังเดียวของผู้ถือ DOGE คือต้องทะลุแนวต้าน 0.14 ดอลลาร์ขึ้นไป พร้อมสร้างจุดสูงสุดใหม่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับคืนมา หากไม่สามารถเบรกผ่าน ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นเพียง ‘เทคนิคัลรีบาวด์’ ชั่วคราวเท่านั้น
ขณะที่หนึ่งในโครงการใหม่ที่เริ่มได้รับความสนใจในตลาดคือ ‘*บิตคอยน์ ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)*’ ซึ่งเป็นเลเยอร์ 2 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของบิตคอยน์ในการประมวลผลธุรกรรมและค่าธรรมเนียม โครงการนี้พยายามผสานความเร็วระดับโซลานา(SOL) เข้ากับความน่าเชื่อถือของ BTC โดยพัฒนาระบบที่รองรับการใช้งานสมาร์ตคอนแทรค, แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApp), ระบบการชำระเงิน และการสร้างมีมคอยน์
บิตคอยน์ ไฮเปอร์ได้ระดมทุนจากรอบพรีเซลไปแล้วกว่า 31 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 441 ล้านบาท โดยมีการซื้อขายโทเคน $HYPER ที่ระดับ 0.0136 ดอลลาร์ หรือราว 19 บาท พร้อมโปรแกรมสเตกกิ้งที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 38% ต่อปี นอกจากนี้ โปรเจกต์ยังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย และมีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน เช่น กระเป๋าเงิน, บริดจ์ และบล็อกเชนเอกซ์พลอเรอร์
ความคิดเห็น: หากบิตคอยน์ยังคงสถานะ ‘สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุด’ ไว้ได้ การมีเครื่องมือที่จะยืดขยายความสามารถด้านธุรกรรมและการใช้งานจริงอย่าง Bitcoin Hyper อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการในอนาคต
ความคิดเห็น 0