ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่เมื่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากกองทุนคริปโตอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเงินไหลออกมาสูงถึง 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 ล้านล้านวอน) นับเป็นระดับ *การไหลออกสุทธิ* ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2023
รายงานประจำสัปดาห์ของบริษัทจัดการสินทรัพย์ของสหราชอาณาจักร ‘คอยน์แชร์ส(CoinShares)’ ได้สะท้อนให้เห็นว่าการไหลออกของเงินทุนอย่างเฉียบพลันนี้เป็นผลจากอารมณ์ความวิตกของนักลงทุนที่ยังไม่ฟื้นตัว หลังเหตุการณ์ขายทำกำไรครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยหลักจาก *ความผิดหวังในบทบาทการเป็นสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่าของคริปโต*, ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่ลดลง และทิศทางราคาที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ *บิตคอยน์(BTC)* ซึ่งมีกองทุนที่เกี่ยวข้องถอนเงินออกถึง 1.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.55 ล้านล้านวอน) สูงสุดนับจากเดือนพฤศจิกายน 2023 แม้ว่ากองทุนที่เปิดสถานะชอร์ตหรือเดิมพันการร่วงของราคาอย่าง ‘ชอร์ตบิตคอยน์’ จะมีเงินไหลเข้าเล็กน้อยเพียง 5 แสนดอลลาร์ (ราว 71.2 ล้านบาท) ก็ตาม แสดงให้เห็นว่า *นักลงทุนโดยรวมยังคงอยู่ในโหมดระวังตัว* อย่างชัดเจน
*อีเธอเรียม(ETH)* เองก็โดนไปไม่น้อย โดยมีเงินไหลออก 6.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 896.9 พันล้านวอน), *ริปเปิล(XRP)* สูญเสียไป 1.82 ร้อยล้านดอลลาร์ (ราว 259 พันล้านวอน) และ *ซุย(SUI)* ก็มียอดไหลออก 6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 85 พันล้านวอน) ในทางตรงกันข้าม *โซลานา(SOL)* สามารถดึงดูดเงินทุนได้ถึง 1.71 ร้อยล้านดอลลาร์ (ราว 243 พันล้านวอน) กลายเป็นสินทรัพย์เดี่ยวที่โชว์สัญญาณบวก
นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นที่ได้รับเงินไหลเข้าเล็กน้อย อาทิ *เชนลิงก์(LINK)* 3.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 54 พันล้านวอน), *ไลต์คอยน์(LTC)* 3 แสนดอลลาร์ (ราว 4 พันล้านวอน), และ *ไบนานซ์(BNB)* 4.6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 65 พันล้านวอน)
การวิเคราะห์เป็นรายประเทศเผยว่า *สหรัฐฯ* เป็นศูนย์กลางของการไหลออก โดยมียอดสูงถึง 1.79 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.55 ล้านล้านวอน) ตามมาด้วย *สวีเดน* 1.11 ร้อยล้านดอลลาร์, *เนเธอร์แลนด์* 4.4 ล้านดอลลาร์ และ *ฮ่องกง* 2.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ *บราซิล*, *ฝรั่งเศส* และ *อิตาลี* ก็พบการไหลออกแต่ในสัดส่วนต่ำกว่า
ในทางกลับกัน *แคนาดา*, *สวิตเซอร์แลนด์* และ *เยอรมนี* กลับมีเงินทุนไหลเข้า โดยแคนาดาดึงเงินได้ถึง 3.35 รอบล้านดอลลาร์ (ประมาณ 477 พันล้านวอน), สวิตเซอร์แลนด์ 3.25 ล้านดอลลาร์ และเยอรมนี 1.91 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจท่ามกลางตลาดที่ผันผวน
แม้ว่าราคาบิตคอยน์จะทรงตัวที่ระดับประมาณ 88,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.25 พันล้านวอน) แต่อารมณ์ของตลาดยังมี *แรงขายสูง* อย่างชัดเจน จากคำกล่าวของ *ปีเตอร์ โคซยาคอฟ(Petr Kozyakov)* ซีอีโอร่วมของบริษัทชำระเงินคริปโต *เมอร์คิวริโอ(Mercuryo)* กล่าวว่า “ตลาดโดยรวมกำลังเข้าสู่ภาวะ ‘หนีความเสี่ยง’ โดยหันไปถือครองทองคำและเงินแทน ส่งผลให้ทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันต่างใช้วิธีการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น”
*ความคิดเห็น* นักลงทุนสถาบันที่เคยเข้ามาในตลาดช่วงปีที่ผ่านมาเริ่มลดบทบาทลง ขณะที่กระแสคริปโตที่ขับเคลื่อนโดยนักลงทุนรายย่อยอย่างเหรียญมีม(Meme coin) ก็ดูจะหมดเสน่ห์แล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการหดตัวของสภาพคล่องในตลาดในระยะยาว
การไหลออกของเงินทุนในกลุ่มสินทรัพย์คริปโตหลักอย่างพร้อมเพรียง อาจเป็นสัญญาณของ *ช่วงพักฐานตลาด* รอบใหม่ โดยมีทั้งปัจจัยมหภาค, ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความลังเลในบทบาทการเป็นสินทรัพย์สะสมมูลค่าของคริปโตเข้ามาผสมโรง นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากหวังจะเห็นการฟื้นตัวอย่างแท้จริง ปัจจัยบวกเชิงนโยบายหรือความเสี่ยงที่บรรเทาควรกลับมาอย่างมีนัยสำคัญเสียก่อน
ความคิดเห็น 0