การอภิปรายเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของบิตคอยน์(BTC) เริ่มขยายวงจากกลุ่มผู้ขุดและโหนดหลักไปยังองค์ประกอบใหม่นอกระดับ Layer 1 โดยล่าสุด ‘บิตคอยน์ เอเวอร์ไลท์(Bitcoin Everlight)’ ระบบธุรกรรมความเร็วสูงที่พัฒนาเพื่อทำงานคู่กับบิตคอยน์ กำลังได้รับความสนใจในฐานะแนวทางใหม่ที่จะเพิ่มศักยภาพการใช้งานโดยไม่ต้องแตะต้องโครงข่ายหลัก
กลไกของบิตคอยน์ถูกออกแบบมาให้ผู้ขุดทำหน้าที่ผลิตบล็อก และโหนดทั้งหมดใช้ร่วมกันในการตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อรับประกัน ‘ความต้านทานการเซ็นเซอร์’ และ ‘ความสมบูรณ์ของการทำธุรกรรม’ ข้อดีของระบบนี้คือความปลอดภัยและความกระจายศูนย์อย่างแท้จริง แต่ด้วยช่วงเวลาสร้างบล็อกที่ประมาณ 10 นาที ทำให้ไม่เหมาะกับธุรกรรมประจำวันซึ่งต้องการความเร็วและค่าธรรมเนียมที่คาดการณ์ได้
จากปัญหานี้เอง บิตคอยน์ เอเวอร์ไลท์ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ ‘เสริม’ ไม่ใช่ ‘แทนที่’ บิตคอยน์ ระบบใหม่นี้สามารถอนุมัติธุรกรรมเบื้องต้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที โดยอาศัยโครงสร้างเครือข่ายแยกต่างหาก และยังคงใช้บล็อกเชนของบิตคอยน์เพื่อทำการสรุปบัญชีขั้นสุดท้าย จุดเด่นคือการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้โดยไม่ลดทอนความปลอดภัยของเครือข่ายเดิม
กระบวนการอนุมัติธุรกรรมชั่วคราวในเอเวอร์ไลท์อิงตามกลไกการตรวจสอบจากกลุ่มโหนดที่เรียกว่า ‘คอรัม’ เมื่อธุรกรรมถูกลงนามและจัดลำดับ มันจะได้รับการยืนยันเบื้องต้นจากโหนดเหล่านี้ก่อนเข้าสู่บล็อกหลัก เพิ่มความเร็วการประมวลผลในภาพรวม แต่ไม่กระทบต่อหลักการพื้นฐานของเครือข่ายบิตคอยน์ ความคิดเห็น: แนวคิดนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยดึงดูดผู้ใช้รายวันเข้าสู่โลกคริปโตได้มากขึ้น
ที่น่าสนใจคือ โครงสร้างโหนดของเอเวอร์ไลท์ถูกออกแบบให้แตกต่างจากบิตคอยน์อย่างชัดเจน ไม่มีการเก็บข้อมูลบล็อกเชนทั้งหมด แต่ใช้อัลกอริธึมตรวจสอบเฉพาะการส่งธุรกรรมเข้าระบบ โหนดแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ได้แก่ ‘ไลต์’, ‘คอร์’ และ ‘ไพรม์’ โดยในแต่ละระดับจะได้รับสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนแตกต่างกัน และต้องมีการสเตคเหรียญ BTCL ไว้ในระบบอย่างน้อย 14 วันต่อรอบการดำเนินงาน
ค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ อัตราคืนในระดับพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 4–8% ต่อปี และมีการลงโทษโหนดที่ไม่ทำงานโดยอัตโนมัติ โหมดนี้จึงออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ผู้ดำเนินการโหนดแข่งขันด้านคุณภาพ
ในด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการหรือโทเคโนมิกส์ เหรียญ BTCL มีจำนวนจำกัดอยู่ที่ 21,000 ล้านหน่วย โครงสร้างการจัดสรรชัดเจน: 45% สำหรับขายต่อสาธารณะ, 20% สำหรับรางวัลโหนด, 15% เป็นสภาพคล่อง และอีก 20% สำหรับทีมและพัฒนาระบบนิเวศ โดยจะมีการล็อกทีมงานไว้นาน 12 เดือน ก่อนเริ่มปลดเหรียญรายเดือนแบบเส้นตรง 24 เดือนถัดมา
BTCL จะเปิดขายล่วงหน้าแบบแบ่ง 20 เฟส เริ่มตั้งแต่ราคา $0.0008 (ประมาณ 1.1 บาท) จนไปถึง $0.0110 (ประมาณ 15.7 บาท) การปลดล็อกราคาเริ่มต้นจะเริ่มจาก 20% ณ วันที่เปิดตัวจริง และส่วนที่เหลือจะค่อยๆ ปลดในช่วง 6–9 เดือนหลังจากนั้น เหรียญนี้ถูกออกแบบให้ใช้กับกิจกรรมทั้งหมดในเอเวอร์ไลท์ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม, การเข้าสู่ระบบโหนด, การรับรางวัล หรือแม้แต่เชื่อมต่อกับเครือข่ายบิตคอยน์เอง
ความน่าเชื่อถือเป็นอีกด้านหนึ่งที่โครงการนี้ให้ความสำคัญ แม้ยังไม่เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ แต่ก็ได้ผ่านการตรวจสอบจากภายนอก โดยทีมตรวจสอบ ได้แก่ ‘SpyWolf’ และ ‘SolidProof’ ที่ดูแลโค้ดสมาร์ตคอนแทรกและตรรกะการทำงาน ขณะเดียวกันตัวตนของทีมหลักก็ได้รับการยืนยันผ่านกระบวนการ KYC ความคิดเห็น: แม้ยังไม่ใช่การรับประกันสมบูรณ์ แต่เป็นก้าวแรกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น
สุดท้าย สิ่งที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านการอภิปรายเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของบิตคอยน์ มาสู่ ‘ชั้นธุรกรรม’ หรือ Transaction Layer ไม่ใช่เพราะระบบเดิมล้มเหลว หากแต่การใช้งานจริงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กำลังสร้างความซับซ้อนใหม่—ระหว่างจุดเริ่มของธุรกรรมจนถึงจุดยืนยันสุดท้าย หรือที่เรียกว่า ‘ระหว่างทาง’
บิตคอยน์ เอเวอร์ไลท์ ไม่ได้พยายามแย่งชิงบทบาทจากนักขุด ไม่เปลี่ยนวิธีการใช้บล็อก และไม่รื้อโครงสร้างฉันทามติของระบบเดิม แต่เข้ามายกระดับ ‘เส้นทาง’ ระหว่างผู้ใช้และบล็อก ด้วยวิธีที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และปลอดภัยมากขึ้น และอาจกลายเป็นต้นแบบของโครงสร้างพื้นฐานบิตคอยน์ในอนาคต
ความคิดเห็น 0