Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เรวีชี้สัญญาณ 'คลื่นสภาพคล่อง' หนุน XRP เตรียมฟื้นตัวในอีก 3–6 เดือน หากดอลลาร์ยังอ่อนค่า

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 5.1 แสนล้านล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ‘คลื่นสภาพคล่อง’ อาจเริ่มไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต โดยเฉพาะไปยังอัลต์คอยน์อย่าง ริปเปิล(XRP) ภายในอีก 3–6 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางกระแสการอ่อนค่าของดอลลาร์และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงทั่วโลก

เรวี (Levi) นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตผู้เป็นที่รู้จักจากช่องยูทูบของเขา อธิบายในวิดีโอล่าสุดว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองคำและโลหะเงินควบคู่กับทิศทางของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงการที่ประธานาธิบดีทรัมป์อาจกลับมารับตำแหน่ง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจนำไปสู่ ‘การอัดฉีดสภาพคล่องรอบใหม่’ ซึ่งจะส่งผลตามมาในตลาดดิจิทัล

เรวีชี้ว่า เหตุตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะคำพูดของทรัมป์ผ่าน Truth Social ที่พูดถึง “กองเรือขนาดใหญ่ที่มุ่งหน้าไปยังอิหร่าน” ทำให้บรรยากาศคล้ายคลึงกับวิกฤตเวเนซุเอลาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมักกระตุ้นให้นักลงทุนย้ายเงินไปยัง ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ อย่างทองคำและเงิน โดยปัจจุบันราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับ 5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 706,000 บาท) ทำให้มูลค่าตามราคาตลาดรวมทะลุ 35 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.1 แสนล้านล้านบาท) ขณะที่โลหะเงินขยับขึ้นมาเกือบ 110 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 157,000 บาท)

ในทางกลับกัน ราคาของริปเปิล(XRP) และบิตคอยน์(BTC) ยังอยู่ในช่วงพักฐาน โดยเรวีอธิบายว่า “นักลงทุนยังมองคริปโตเป็นสินทรัพย์เสี่ยง” ทำให้มีแนวโน้มจะหลีกเลี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเปราะบาง แม้บิตคอยน์จะเคยแตะ 90,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.29 ล้านบาท) แต่ก็ยังไม่สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้

อีกประเด็นที่เรวีให้ความสำคัญคืออัตราการออมของผู้บริโภคในสหรัฐ โดยระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2025 อัตราการออมของชาวอเมริกันอยู่ที่ 3.5% ซึ่งถือว่า ‘ต่ำในระดับประวัติการณ์’ เมื่อไม่นับช่วงวิกฤต เขามองว่า “สภาพคล่องจากภาคครัวเรือนยังไม่ไหลกลับเข้ามาในตลาดคริปโต เช่น XRP” จึงยังไม่มีการกระจายเงินทุนมาจริงจังในสินทรัพย์ดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปในเร็ว ๆ นี้ หากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และรัฐบาลชุดใหม่กลับมาใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและลดดอกเบี้ย ก็มีโอกาสสูงที่ตลาดคริปโตจะเข้าสู่ช่วง ‘การวิ่งของสินทรัพย์เสี่ยง’ อีกครั้ง โดยเฉพาะหากทรัมป์กลับมามีบทบาทสำคัญในนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเน้นการทำให้ ‘ดอลลาร์อ่อนค่าเพื่อกระตุ้นการส่งออกและราคาสินทรัพย์’ ตามแนวทางที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า ดอลลาร์คือ ‘ของเล่นโยโย่’

เรวีชี้ว่า “เมื่อดอลลาร์อ่อนตัวลง ผู้คนจะเริ่มหนีจากเงินสดไปหาทรัพย์สินอื่น ๆ” พร้อมตั้งคำถามว่า ‘ใครจะอยากถือเงินที่มีมูลค่าลดลง?’

เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ เขาพบว่าตลาดคริปโตมักตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของสภาพคล่องทั่วโลกช้ากว่าประมาณ 3 เดือน ดังนั้น หากราคาทองคำและเงินกำลังเข้าสู่ช่วงพีค อาจตามมาด้วยการไหลเข้าสู่บิตคอยน์ และจากนั้นจึงกระจายไปยังอัลต์คอยน์ เช่น XRP ซึ่งเขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "การหมุนของสภาพคล่อง - จากทองคำ → บิตคอยน์ → อัลต์คอยน์" โดยมีปัจจัยหนุนหลักคือ กองทุน ETF, การลดดอกเบี้ย และการขยายปริมาณเงินในระบบ

ถึงแม้ในระยะสั้น XRP ยังอาจต้องเผชิญแรงขายและความผันผวนอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เรวีเชื่อว่า หากราคาย่อลงจนถึงจุดน่าสนใจ และเม็ดเงินเริ่มไหลกลับเข้าสู่ระบบ การฟื้นตัวในลักษณะ V-shape จะสามารถเกิดขึ้นได้

"ความคิดเห็น": บทวิเคราะห์นี้เน้นย้ำว่า การตัดสินใจลงทุนในคริปโตควรอิงกับตัวชี้วัดมหภาคมากกว่าการพยากรณ์ราคาระยะสั้น เช่น อัตราการออม, มูลค่าทองคำ หรือทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐ การจับจังหวะให้แม่นอาจทำให้นักลงทุนสามารถชิงโอกาสจาก ‘คลื่นสภาพคล่องใหญ่ลูกถัดไป’ ได้ก่อนใคร

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1