**‘More Orange’ ส่งสัญญาณ? สตราเทจีเก็บเพิ่มอีก 13,627 บิตคอยน์ในช่วงราคาลง**
การร่วงลงของบิตคอยน์(BTC)ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะสร้างความสูญเสียชั่วคราวให้กับนักลงทุนสถาบันหลายราย แต่ *สตราเทจี(Strategy)* กลับเดินหน้าเข้าซื้อเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ประธานบริษัทได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่า “More Orange” ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้การเข้าซื้อเพิ่มในช่วงตลาดอ่อนตัว
บิตคอยน์เคยหล่นลงมาต่ำสุดบริเวณ 77,905 ดอลลาร์ หรือราว 1.12 ล้านบาท และบางช่วงยังต่ำกว่าราคาที่บริษัทต่าง ๆ เคยเข้าซื้อไว้ แต่ *สตราเทจี* ยังคงเดินหน้าซื้อสะสมอย่างมั่นคง โดยเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2026 บริษัทได้รายงานการถือครองรวม 709,715 BTC ที่ราคาซื้อเฉลี่ย 75,979 ดอลลาร์ต่อเหรียญ หรือราว 1.09 ล้านบาท และล่าสุดบริษัทได้เข้าซื้อเพิ่มเติมอีก 13,627 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.88 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นการซื้อสะสมครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา
ขณะที่ *ETF บิตคอยน์สหรัฐ* เริ่มขาดทุนในเชิงมูลค่า โดยมีสินทรัพย์รวมราว 128,000 BTC หรือคิดเป็นราว 1.13 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 163 ล้านล้านบาท) ราคาซื้อเฉลี่ยของ ETF ในปัจจุบันสูงกว่าราคาตลาด ทำให้หลายสถาบันประสบภาวะขาดทุน
แต่ขณะที่ ETF อยู่ในช่วงถอยหลัง *สตราเทจี* และบริษัทลักษณะเดียวกันกลับเลือกใช้โอกาสนี้ในการเข้าซื้อเพิ่มเติม ชี้ให้เห็นถึงความต่างของกลยุทธ์การลงทุนระหว่าง *สินทรัพย์แบบพาสซีฟ* ที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าสูงเกินไป กับ *บริษัทที่มีท่าทีเชิงรุกเพื่อรองรับอนาคต*
ด้านข้อมูล *ออนเชน(On-chain)* ยังแสดงสัญญาณสนับสนุนแนวโน้มการสะสม โดย *ยอดบิตคอยน์ในกระดานเทรด* ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี การที่เหรียญถูกถอนไปยังวอลเล็ตส่วนตัวบ่งชี้จิตวิทยาการถือครองระยะยาวที่ยังแข็งแรง และลดโอกาสที่จะเกิดคำสั่งขายจำนวนมากในตลาดระยะสั้น การลดลงนี้ยังสะท้อนถึงความไม่ตื่นตระหนกของนักลงทุน แม้ราคาจะแกว่งแรง ซึ่ง *ความคิดเห็น* บางส่วนระบุว่าความผันผวนในช่วงนี้จึงเป็นผลจากอุปสงค์อุปทานที่ไม่สมดุล มากกว่าการเทขายแบบตื่นกลัว
ในช่วงที่ราคาตกลงอย่างหนัก ค่าธรรมเนียมในการใช้งานเครือข่ายบิตคอยน์กลับคงที่อยู่ที่ราว 0.7 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,012 บาท) บ่งบอกว่าไม่มีภาวะคอขวดหรือความแออัดในระบบ ยิ่งเสริมภาพของความมั่นคงในเชิงเทคนิค แม้ว่า *แฮชเรต(Hashrate)* จะร่วงลงประมาณ 12% จากระดับสูงสุด ซึ่งเกิดจากปัญหาสภาพอากาศและการดำเนินงานในบางพื้นที่ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเครือข่ายโดยรวม
ด้าน *ไมเคิล เซย์เลอร์* ซึ่งมักไม่ออกความเห็นบ่อยครั้งในช่วงตลาดผันผวน ก็ยังสะท้อนจุดยืนของเขาด้วยข้อความสั้น ๆ “More Orange” ซึ่งเป็นการสื่อถึงการเพิ่มการถือครองบิตคอยน์อย่างต่อเนื่อง *ความคิดเห็น* จากนักลงทุนในอดีตชี้ว่า เขามักสื่อสารอย่างระมัดระวังในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และคำพูดเช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้นก่อนตลาดจะเข้าสู่ขาขึ้น
แม้ว่าความผันผวนของตลาดยังไม่ลดลง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังมีความแตกต่างกัน แต่การที่บริษัทอย่าง *สตราเทจี* ยังคงเดินหน้าสะสมอย่างหนัก อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดยังไม่ได้ถึงจุดอิ่มตัว ทั้งยังชี้ให้เห็นความสำคัญของการจับตาความเคลื่อนไหวของผู้เล่นรายใหญ่ สัญญาณจากออนเชน และพฤติกรรมของ ETF อย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้
ความคิดเห็น 0