ปริมาณการซื้อขายคริปโตลดฮวบ บิตคอยน์(BTC)ร่วงสู่ระดับต่ำสุดของปี
ปริมาณการซื้อขายบิตคอยน์(BTC)และสกุลเงินดิจิทัลหลักในตลาดแบบสปอตลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์เชิงลึกอย่างคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ระบุว่าปริมาณการซื้อขายบนตลาดคริปโตฯ รายใหญ่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมของปีก่อน หนึ่งในสาเหตุหลักมาจากราคาของบิตคอยน์ที่ปรับตัวลดลงถึง 37.5% จากจุดสูงสุดเดิมในเดือนตุลาคม
เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายสปอตในตลาดคริปโตอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 2,891 ล้านล้านวอน) แต่ลดลงมาอยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์(ประมาณ 1,445 ล้านล้านวอน) ภายในสิ้นเดือนมกราคม โดยเฉพาะในตลาดของไบแนนซ์ ปริมาณการซื้อขายบิตคอยน์ลดจาก 2,000억ดอลลาร์(ประมาณ 289 ล้านล้านวอน) เหลือเพียง 1,040억ดอลลาร์(ประมาณ 150 ล้านล้านวอน)
นักวิเคราะห์จากคริปโตควอนต์นามว่า ‘ดาร์กโพสต์’(Darkfost) ให้ความเห็นว่า “ความต้องการในตลาดสปอตแห้งเหือดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์การเทขายขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ปีที่ผ่านมา" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานในระดับใหญ่
อย่างไรก็ตาม ราคาที่ปรับตัวลดลงอย่างเดียว ไม่สามารถอธิบายภาวะชะลอตัวของตลาดได้ทั้งหมด เพราะยังมีการถอนสภาพคล่องขนาดใหญ่จากตลาด ด้วยการไถ่ถอนสเตเบิ้ลคอยน์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของสเตเบิ้ลคอยน์หายไปกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 14.4 ล้านล้านวอน)
สภาพเศรษฐกิจโลกถ่วงตลาดคริปโต อัตราดอกเบี้ย–ค่าเงินดอลลาร์เป็นตัวเร่งปัจจัยลบ
จัสติน ดาเนทาน(Justin d'Anethan) หัวหน้าฝ่ายวิจัยจากบริษัทอาร์คติก ดิจิทัล(Arctic Digital) วิเคราะห์ว่าตัวแปรใหญ่ที่สุดที่ส่งผลต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงบิตคอยน์ในระยะสั้นคือปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เขาชี้ว่าแนวทางที่เป็นสายเหยี่ยวของผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อย่าง เควิน วอร์ช(Kevin Warsh) จะนำไปสู่การชะลอลดดอกเบี้ย ดันค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น และเร่งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่งส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างชัดเจน
แม้จะมีแรงกดดันจากภายนอก จัสตินยังเชื่อว่าแนวคิดเรื่องบิตคอยน์ในฐานะ ‘สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ’ ยังไม่สิ้นสุด พร้อมเสริมว่า “การขยายตัวของเงินทุนใน ETF นโยบายกฎหมายที่เป็นมิตรต่อคริปโต และการผ่อนคลายทางการเงินหากตัวเลขเศรษฐกิจอ่อนแอ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้ตลาดฟื้นตัว” โดยเขามองการปรับฐานล่าสุดว่าเป็น "การรีเซ็ตตลาดที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อปรับสมดุลการเก็งกำไรและราคาที่สูงเกินมูลค่า"
ราคาจะไปต่อหรือตกหนัก? เงื่อนไขตลาดกระทิงยังไม่เกิด
ฌูออง เวดสัน(Joao Wedson) ผู้ก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์เชิงเทคนิค อัลฟรัคทัล(Alphractal) ระบุว่า ปัจจัยสำคัญในการกำหนดจุดต่ำสุดของบิตคอยน์คือโครงสร้างผลกำไร-ขาดทุนของผู้ถือระยะสั้น(STH) และผู้ถือระยะยาว(LTH) โดยเขาอธิบายว่า “ถึงแม้ขณะนี้ผู้ถือระยะสั้นส่วนใหญ่ติดดอย แต่ตลาดจะไม่เข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจนกว่าผู้ถือระยะยาวจะเริ่มขาดทุนด้วยเช่นกัน”
เวดสันชี้ว่าการเข้าสู่ตลาดกระทิงควรเริ่มขึ้นเมื่อราคาที่ผู้ถือระยะสั้นซื้อขายจริง(Realized Price) พุ่งกลับขึ้นเหนือราคาของผู้ถือระยะยาว ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่เป็นเช่นนั้น และยังเตือนว่าหากราคาบิตคอยน์หลุดระดับ 74,000 ดอลลาร์(ประมาณ 1.07 ล้านบาท) นักลงทุนอาจต้องเตรียมรับแรงกดดันจากตลาดขาลงที่แท้จริง
แม้ในภาพรวมตลาดจะดูย่ำแย่ แต่ภาวะการเก็บเลเวอเรจออกจากระบบและการลดการเก็งกำไรลง อาจเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว “ความคิดเห็น” จากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คือ ปัจจัยพื้นฐานแท้จริงจะกลับมาเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาด หลังช่วงเวลาที่สภาพคล่องล้นและเก็งกำไรมากเกินไปสิ้นสุดลงแล้ว
ความคิดเห็น 0