Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ฟื้นแตะ 78,500 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่จับตาโปรเจกต์ 'ไฮเปอร์' พลิกโฉมระบบนิเวศด้วย SVM

บิตคอยน์(BTC) ฟื้นตัวแตะระดับ 78,500 ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นจุดต้านทางจิตวิทยาที่สำคัญ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนมองว่าเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว ทว่าหลายฝ่ายยังแสดงความระมัดระวัง โดยอิงจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ยังไม่พบฐานสนับสนุนที่ชัดเจนต่อการไต่ระดับของราคาในครั้งนี้

ตามข้อมูลจากตลาด การฟื้นตัวในรอบนี้มีแนวโน้มมากกว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วย ‘เลเวอเรจสูง’ ในตลาดอนุพันธ์ มากกว่าความแข็งแกร่งจากตลาดซื้อขายจริง ขณะที่บริเวณระหว่างระดับ 72,000 ดอลลาร์ถึงราคาปัจจุบันกลับพบว่ามีแนวรับด้านสภาพคล่องที่จำกัด หากเกิดแรงขายมหาศาลก็อาจนำไปสู่การปรับฐานที่รวดเร็ว ซึ่ง ‘ความผันผวน’ อาจเป็นปัจจัยหลักที่ต้องรับมือในขณะนี้

แม้ตลาดจะมีความเปราะบาง แต่ความสนใจของนักลงทุนกลับเปลี่ยนเป้าหมายจากราคาสู่โครงสร้างระบบนิเวศของบิตคอยน์ โดยเฉพาะปัญหา ‘ค่าใช้จ่ายด้านธุรกรรม’ และ ‘ความล่าช้าในการยืนยันรายการ’ ซึ่งมักเกิดขึ้นทุกครั้งที่ราคาเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่นโปรเจกต์ ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์’ (Bitcoin Hyper)

‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์’ คือเลเยอร์ 2 ของบิตคอยน์ที่เชื่อมต่อกับเทคโนโลยี SVM (Solana Virtual Machine) เป็นครั้งแรก ซึ่งถือได้ว่าเป็นความพยายามในการรวม ‘ความเร็วระดับโซลานา’ เข้ากับ ‘ความปลอดภัยของบิตคอยน์’ โทเคนหลักของโปรเจกต์นี้คือ ‘ไฮเปอร์’($HYPER) ที่ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมองว่าเป็น ‘การลงทุนเพื่อขยายระบบ’ ไม่ว่าบิตคอยน์จะไปต่อหรือหยุดอยู่กับที่

โครงสร้างของไฮเปอร์ใช้แนวคิดแบบมอดูลาร์ โดยแบ่งหน้าที่ของการยืนยันและการสรุปธุรกรรมให้อยู่ในบิตคอยน์เลเยอร์ 1 ส่วนการประมวลผลแบบเรียลไทม์นั้นทำบนเลเยอร์ 2 ด้วย SVM แนวทางนี้ช่วยลดข้อจำกัดของ ‘บล็อก 10 นาที’ แบบดั้งเดิมให้เหลือเพียงไม่กี่วินาที

ในหมู่ชุมชนเทคโนโลยี จุดที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือ ‘สะพานเชื่อมแบบไร้ศูนย์กลาง’ หรือ Decentralized Canonical Bridge ที่ทำให้สามารถจ่ายด้วยบิตคอยน์ ‘เวอร์ชันห่อ’ หรือ Wrapped BTC ได้อย่างรวดเร็ว และเปิดทางสู่การพัฒนาโปรโตคอล เช่น NFT, ดีไฟน์(DeFi) และแพลตฟอร์มกู้ยืม บนภาษา Rust อีกด้วย โครงสร้างทั้งหมดถูกมองว่าเป็นความพยายามในการตอบโจทย์สามเสาหลักของบล็อกเชน ได้แก่ ‘ความปลอดภัย’, ‘การกระจายศูนย์’, และ ‘การขยายตัว’

การลงทุนในไฮเปอร์ก็เริ่มสะท้อน ‘การเคลื่อนไหวของทุนอัจฉริยะ’ หรือ Smart Money โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าระดมทุนพรีเซลสะสมเกิน 31.2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 450.6 ล้านบาทแล้ว โดยมีวาฬ 2 รายที่ลงเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นโอนเงิน 500,000 ดอลลาร์ภายในวันเดียวเมื่อวันที่ 15 มกราคม

ราคาปัจจุบันของโทเคนอยู่ที่ประมาณ 0.013675 ดอลลาร์ หรือราว 19.7 สตางค์ ซึ่งนักลงทุนจำนวนหนึ่งมองว่า ‘ยังต่ำกว่ามูลค่าที่ควร’ และระบบสเตคกิ้งของโปรเจกต์นี้ถูกออกแบบให้จูงใจการถือครองระยะยาว โดยมี APY สูงในช่วงแรกหลัง Token Generation Event (TGE) พร้อมระบบ解除ล็อกแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อบรรเทาความกดดันจากการเทขายหลังเปิดตลาด

แม้ราคาของบิตคอยน์ยังสวิงอยู่ที่ช่วง 78,500 ดอลลาร์ แต่ทิศทางของตลาดเริ่มชัดว่า การลงทุนโฟกัสบน ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ มากกว่าราคาชอร์ตเทอม โปรเจกต์อย่างไฮเปอร์กำลังถือเป็น ‘จุดลงทุนใหม่’ ที่สามารถรับแรงบวกได้แม้ราคาไปต่อ หรือแม้กระทั่งหากบิตคอยน์เข้าสู่ช่วงชะงัก

ตอนนี้เมื่อเงินทุนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด ทิศทางต่อไปในตลาดอาจไม่ได้ถูกกำหนดโดยใครที่ถือโทเคนมากที่สุด แต่โดยใครที่ ‘สร้างระบบ’ ไว้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลื่นขึ้นจริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1